เมื่อเร็วๆ นี้ TikTok ได้ออกประกาศอย่างเป็นทางการ เปิดตัวฟังก์ชันบริการอีคอมเมิร์ซในสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซของสหรัฐฯ การเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ TikTok ในตลาดโลก ซึ่งหมายถึงการเผชิญหน้ากับการแข่งขันจากยักษ์ใหญ่ด้านการค้าแบบดั้งเดิมอย่าง Amazon, eBay, Walmart และอื่นๆ

ในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียวิดีโอสั้นที่มีชื่อเสียงระดับโลก TikTok ให้บริการครอบคลุมหลายประเทศ มียอดดาวน์โหลดรวมทั่วโลกมากกว่า 3.4 พันล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานรายเดือนมากกว่า 1 พันล้านคน ก่อนหน้านี้ TikTok ได้เปิดตัวฟังก์ชันบริการอีคอมเมิร์ซในตลาดต่างๆ เช่น สหราชอาณาจักรและอินโดนีเซีย หลังจากสะสมประสบการณ์มาหลายปี ก็มีระบบที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ก่อนเปิดตัวในสหรัฐฯ TikTok ได้ทำการทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้เป็นเวลาหลายเดือนล่วงหน้า เพื่อปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของตลาดได้ดียิ่งขึ้น
บริการอีคอมเมิร์ซของ TikTok สามารถให้ฟังก์ชันการช้อปปิ้งผ่านวิดีโอสั้นและไลฟ์สตรีมแก่ผู้ใช้ ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อสินค้าที่ชื่นชอบได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม สำหรับผู้ค้าและผู้สร้างเนื้อหา TikTok มีโมดูลต่างๆ เช่น หน้ารายการสินค้า ร้านค้า และ "โปรแกรมพันธมิตร" ปัจจุบัน 40% ของผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ มีทางเข้าร้านค้าบนหน้าแรก คาดว่าภายในต้นเดือนตุลาคม ผู้ใช้ทุกคนในสหรัฐฯ จะสามารถเห็นหน้าร้านค้าบนหน้าแรก และคลิกเข้าไปเพื่อซื้อสินค้าได้ นอกจากนี้ TikTok ยังเปิดตัว "โปรแกรมการดำเนินการของ TikTok" เพื่อให้บริการด้านการจัดเก็บ คัดเลือก บรรจุ และจัดส่งแก่ผู้ค้า รวมถึงร่วมมือกับบุคคลที่สามในการพัฒนาระบบการชำระเงินที่ปลอดภัย

เป็นที่ทราบกันว่าบริการอีคอมเมิร์ซของ TikTok ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ในช่วงทดสอบมีผู้ค้าเข้าร่วมแล้ว 200,000 ราย รวมถึงแบรนด์ดังอย่าง L'Oréal, Benefit และผู้มีชื่อเสียงทางออนไลน์มากกว่า 100,000 ราย การวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมชี้ว่า ด้วยข้อได้เปรียบด้านการเข้าถึงผู้ใช้และลักษณะทางสังคมที่แข็งแกร่ง TikTok มีแนวโน้มที่จะสร้างจุดเติบโตใหม่ในด้านอีคอมเมิร์ซ และสร้างความท้าทายให้กับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิม



