เอกสารนี้เป็นรายงาน "ข้อมูลเชิงลึกการส่งออกรถยนต์จีนสู่ต่างประเทศปี 2025 – ฉบับประเทศไทย" ที่เผยแพร่โดยสถาบันวิจัย Autohome โดยเน้นไปที่สภาพเศรษฐกิจไทย แนวโน้มตลาดรถยนต์ การวางแผนธุรกิจของแบรนด์จีนในไทย และมุมมองของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์จีน โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- สภาพเศรษฐกิจไทย: ไทยเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปี 2023 มี GDP ต่อหัวอยู่ที่ 7,172 ดอลลาร์สหรัฐ จัดเป็นประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง ภาคบริการเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็น 61% ของ GDP การระบาดของโควิด-19 ในปี 2020 ทำให้เศรษฐกิจไทยตกต่ำอย่างมาก หลังจากนั้นก็ค่อยๆ ฟื้นตัวภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ ส่งผลให้ธนาคารกลางเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2022 ขณะเดียวกัน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยก็มีความไม่สมดุลเชิงโครงสร้าง โดยการบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่พึ่งพาการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ในขณะที่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์กลับซบเซา ภาคเกษตรกรรมและอสังหาริมทรัพย์ก็ไม่มีการขยายตัวอย่างชัดเจน นอกจากนี้ โครงการ "กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท" ของรัฐบาลไทยก็ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร การบริโภคภาคเอกชนยังคงอยู่ในระดับต่ำ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง (คิดเป็น 90% ของ GDP) และสถาบันการเงินก็เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจ
- แนวโน้มตลาดรถยนต์ไทย: ปัจจุบันตลาดรถยนต์ไทยมียอดขายที่ซบเซาเนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูง การขอสินเชื่อยาก ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำ และสงครามราคา คาดว่าสถานการณ์ซบเซานี้จะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2025 แต่ในระยะกลางถึงระยะยาว คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ภายใต้การสนับสนุนนโยบายรถยนต์ไฟฟ้า ส่วนแบ่งตลาดของรถกระบะซึ่งเป็นกำลังหลักดั้งเดิมลดลง ในขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของรถ SUV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอัตราการเติบโตของการเจาะตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ชะลอตัวลง แบรนด์ญี่ปุ่นยังคงครองตลาดด้วยส่วนแบ่งมากกว่า 75% ส่วนแบ่งตลาดของแบรนด์จีนทะลุ 10% ติดต่อกันเป็นปีที่สอง โดยครองส่วนแบ่งที่โดดเด่นในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ โดยเฉพาะแบรนด์จีนอย่าง BYD และ MG ที่มีผลงานโดดเด่น
- การวางแผนธุรกิจของแบรนด์จีนในไทย: ผู้ผลิตรถยนต์จีนเร่งวางแผนธุรกิจในตลาดไทย ตั้งแต่การส่งออกรถยนต์ทั้งคันไปจนถึงการตั้งโรงงานในประเทศ และการเจาะลึกห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด แบรนด์ต่างๆ เช่น SAIC, Great Wall Motors, BYD, Neta, Changan, Chery ต่างก็ตั้งโรงงานหรือขยายกำลังการผลิตในไทย โดยผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์พลังงานใหม่ ยอดขายของแบรนด์จีนในไทยถึง 80% มาจากรถยนต์พลังงานใหม่ แต่ก็ยังเผชิญกับความท้าทาย เช่น อัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่ต่ำ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ต้องปรับปรุง
- มุมมองของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์จีน: ผู้บริโภคชาวไทย 72% เต็มใจที่จะซื้อรถยนต์แบรนด์จีน สาเหตุหลักมาจากราคาขายที่ต่ำ ค่าใช้จ่ายในการใช้งานต่ำ และตอบสนองความต้องการด้านความคุ้มค่า ฟังก์ชันการใช้งานจริง ความชาญฉลาด และความทันสมัย อย่างไรก็ตาม รถยนต์ที่ใช้น้ำมันยังคงเป็นตัวเลือกหลัก ผู้บริโภคส่วนใหญ่รู้จักแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ของจีนในระดับหนึ่ง โดย BYD และ MG ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้ง








