ภูมิหลังของกรณีศึกษา

CurlyMe เคยเป็นบริษัทที่ให้บริการ B2B ระดับโลกโดยเฉพาะ ในปี 2019 เมื่ออีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนเริ่มมีแนวโน้ม CurlyMe ได้เปลี่ยนรูปแบบการตลาด และปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในบริษัทอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนชั้นนำของเมืองแห่งวิกผม ในระยะนี้ CurlyMe หวังที่จะใช้ผลิตภัณฑ์โฆษณาที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นของ TikTok เพื่อลดต้นทุนโฆษณาและได้รับผลลัพธ์การแปลงที่ดียิ่งขึ้น

แนวทางแก้ไข

VBO

VBO ย่อมาจาก Value-Based Optimization ซึ่งสามารถช่วยผู้ลงโฆษณาค้นหาผู้ใช้ที่มีแนวโน้มจะเกิดการแปลงมูลค่าสูงภายใต้เป้าหมายที่ตั้งไว้ ในการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย การใช้การกำหนดเป้าหมายแบบกว้างร่วมกับกลยุทธ์ VBO (Web VBO-Highest value) จะช่วยลูกค้าบรรลุเป้าหมายการแปลงด้วยต้นทุนโฆษณาที่ต่ำกว่า

การลงโฆษณาของ CurlyMe ครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้หญิงในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยมีระยะเวลาทดสอบ 10 วัน เพื่อกำหนดกลยุทธ์การลงโฆษณาที่ดียิ่งขึ้น แบรนด์ได้ตั้งกลุ่มควบคุมที่เข้มงวดสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันเพื่อเปรียบเทียบ ผลพิสูจน์แล้วว่า เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มโฆษณากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันที่เคยซื้อใน 180 วันที่ผ่านมา (สร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันจากผู้ที่เคยซื้อในเว็บไซต์ใน 180 วันที่ผ่านมา) การใช้การกำหนดเป้าหมายแบบกว้างร่วมกับกลยุทธ์ VBO ช่วยให้ลูกค้าได้รับ Conversion บนเว็บไซต์มากขึ้นด้วยต้นทุน Conversion ที่จ่ายต่ำกว่า

คอนเทนต์โฆษณาในฐานะข้อมูลที่ผู้ใช้เห็นโดยตรง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพของโฆษณา ทีม TikTok for Business แนะนำให้ใช้คอนเทนต์ที่ได้รับการยืนยันในบัญชีเพื่อรันกลยุทธ์ VBO-Highest Value และในแต่ละกลุ่มโฆษณาควรมีคอนเทนต์ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 3 ชิ้น เพื่อร่วมกับกลยุทธ์ VBO ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีมูลค่าการแปลงสูงขึ้นด้วยคอนเทนต์คุณภาพ

ผลลัพธ์ทางการตลาด

การทดสอบครั้งนี้ใช้ VBO ร่วมกับการกำหนดเป้าหมายแบบกว้าง เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่เป็น “กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันที่เคยซื้อใน 180 วันที่ผ่านมา” พบว่า ROAS เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้น 19% ภายใต้กลยุทธ์การลงโฆษณานี้ ข้อมูลอื่น ๆ ก็เป็นไปตามที่แบรนด์คาดหวัง ปริมาณ Conversion บนเว็บไซต์เพิ่มขึ้น 26% CVR เพิ่มขึ้น 6% และ CPP ลดลง 5%

+19%
ROAS
+26%
ปริมาณ Conversion บนเว็บไซต์
+6%
CVR
*กรณีศึกษานี้มาจาก TikTok For Business
ดูราคา