การลดราคา Black Friday สิ้นสุดลงแล้ว ยอดเงินถูกชำระบัญชี แต่งานฉลองการค้าอีคอมเมิร์ซระดับโลกนี้ "ร้อนแรง" หรือ "เย็นชา" กันแน่?

เมื่อมองจากภายนอก อัตราการเติบโตของยอดขายนั้นน่าทึ่ง มูลค่าการซื้อขายออนไลน์ทำสถิติสูงถึง 1.08 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ค้าหลายราย Black Friday ในปีนี้ดูเหมือนจะไม่ "คึกคัก" อย่างที่คาดไว้

ยอดสั่งซื้อของผู้ขายบางรายลดลง 30%-50% และกำไรก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

แล้วอะไรที่ทำให้ Black Friday ปีนี้ซับซ้อนขนาดนี้? เงินทั้งหมดไหลไปที่ไหน?

ยาวนานแต่สั้นลง ช่วงเวลาโปรโมชั่นยืดเยื้อเกินไป

Black Friday ปีนี้ยาวนานอย่างไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่ 12 วันของ Amazon ไปจนถึง 47 วันของ Temu แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนทำให้ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวเกือบทั้งหมดกลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้ง แม้ว่ารอบโปรโมชั่นจะยาวนานขึ้น แต่ปัญหาก็ตามมา

"Black Friday" ที่เดิมทีนำผลกำไรมหาศาลมาให้ผู้ค้า กลับสูญเสียพลังดึงดูดเดิมไปเพราะระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป ความกระตือรือร้นของผู้บริโภคดูเหมือนจะถูกเจือจาง การพยายามดึงดูดลูกค้าอย่างต่อเนื่องด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ยาวนาน กลับกลายเป็นการทำ "สงครามความเหนื่อยล้า"

โปรโมชั่นจำนวนมากทำให้ความน่าสนใจของสินค้าลดลง กลับทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากเลือกที่จะ "รอดู" ลดโอกาสในการซื้อแบบ impulsive

นอกจากนี้ การลดราคาที่กลายเป็นเรื่องปกติและข้อเสนอที่เกิดขึ้นไม่หยุดยังทำให้ผู้บริโภคเริ่ม "จู้จี้" มากขึ้น หลายคนไม่รู้สึกตื่นเต้นกับส่วนลด Black Friday เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป กลับรู้สึกเหนื่อยล้ากับกลยุทธ์โปรโมชั่นของแต่ละแพลตฟอร์ม

ไม่ว่าจะเป็น Temu ในอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน หรือ Amazon ในแพลตฟอร์มดั้งเดิม ส่วนลดของผู้ค้าไม่ใช่เครื่องมือดึงดูดลูกค้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป อาจกล่าวได้ว่า การห่อหุ้มโปรโมชั่นที่มากเกินไปและรอบที่ยาวนาน กลับทำให้ "Black Friday" ดู "หมดความสดใหม่" ไปบ้าง

"ผู้ชนะ" และ "ผู้แพ้" ของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

แม้ว่ายอดขายอีคอมเมิร์ซโดยรวมจะไม่แย่ แต่ผลงานของแต่ละแพลตฟอร์มกลับมีความแตกต่างอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่าการแข่งขันระหว่างแพลตฟอร์มไม่ได้จำกัดอยู่แค่ราคาอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับไปสู่การปรับปรุงระบบนิเวศของแพลตฟอร์มและประสบการณ์ผู้ใช้อย่างเต็มรูปแบบ

ตัวอย่างเช่น TikTok Shop ในปีนี้มีรอบโปรโมชั่น Black Friday ยาวนานถึง 19 วัน แต่ด้วยฟังก์ชันโซเชียลคอมเมิร์ซที่แม่นยำ การใช้คลิปวิดีโอสั้นและฟังก์ชันไลฟ์สดขายสินค้าของแพลตฟอร์ม ไม่เพียงดึงดูดผู้บริโภคจำนวนมาก แต่ยังผลักดันสินค้าที่ไม่ค่อยได้รับความนิยมให้ติดอันดับขายดีได้สำเร็จ

ในทางกลับกัน แพลตฟอร์มดั้งเดิมบางแห่ง แม้จะมีฐานผู้ใช้ที่แข็งแกร่ง แต่เนื่องจากวิธีการส่งเสริมการขายและรูปแบบการดำเนินงานที่ล้าสมัย การเติบโตของยอดขายจึงเผชิญกับอุปสรรค

สิ่งนี้ยังสะท้อนถึงปัญหาที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น: แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซกำลังเข้าสู่ช่วง "การแข่งขันภายใน" โดยเฉพาะในกิจกรรมส่งเสริมการขายใหญ่ๆ เช่น Black Friday การแข่งขันที่มากเกินไปกลับทำให้ผู้ค้าและผู้บริโภครู้สึกเบื่อหน่าย

ผู้บริโภค "ฉลาดขึ้น" ผู้ค้า "เหนื่อยใจ"

Black Friday ปีนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือผู้บริโภค "ฉลาดขึ้น" ด้วยช่องทางการรับข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การตัดสินใจซื้อจึงมีเหตุผลมากขึ้น หลายคนจะไม่ซื้อตามกระแสแบบสุ่มสี่สุ่มห้าอีกต่อไป แต่จะคำนวณอย่างละเอียดระหว่างแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเลือกสินค้าที่คุ้มค่าที่สุด

ในขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ไวต่อกลยุทธ์โปรโมชั่นของผู้ค้ามากขึ้น การลดราคาและข้อเสนอบ่อยครั้งกลับทำให้พวกเขาเกิด "อาการเหนื่อยล้าจากการลดราคา" ไม่มีความปรารถนาที่จะซื้อแบบ impulsive เหมือนในอดีต

สำหรับผู้ค้า แรงกดดันด้านกำไรของ Black Friday ปีนี้เห็นได้ชัดเจน รอบโปรโมชั่นที่ยาวนาน消耗ทรัพยากรของพวกเขา ผู้ค้าหลายรายสะท้อนว่า ภายใต้แรงกดดันสองเท่าจากค่าโฆษณาและส่วนลด แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรกลับหดตัว บางรายถึงขั้นเผชิญกับสถานการณ์ "ขาดทุน"

สิ่งนี้ทำให้ผู้ค้าหลายรายเริ่มคิดทบทวน: ในอนาคตยังจำเป็นต้องพึ่งพาวิธีโปรโมชั่นแบบระเบิดระยะสั้นนี้ต่อไปหรือไม่? หาก "Black Friday" ไม่ใช่จุดสำคัญที่สุดของฤดูช้อปปิ้งอีกต่อไป ผู้ค้าควรปรับกลยุทธ์อย่างไร?

ความร้อนแรงยังคงอยู่ แต่รูปแบบการตลาดต้องสร้างสรรค์ใหม่

โดยสรุป Black Friday ปีนี้ ไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ แม้จะดู "คึกคัก" แต่ปัญหาที่ลึกซึ้งยังคงถูกเปิดเผย

การเติบโตของยอดขายออนไลน์ไม่ถึงจุดสูงสุดที่คาดไว้ ผู้ค้าและผู้บริโภคต่างเผชิญกับความท้าทายใหม่: การบริโภคอย่างมีเหตุผลที่เพิ่มขึ้นทำให้โปรโมชั่น "Black Friday" สูญเสียมนต์เสน่ห์เดิม ในขณะที่การบีบอัดกำไรของผู้ค้าทำให้พวกเขารู้สึกเหนื่อยล้าทางใจในระหว่างโปรโมชั่นที่ยาวนาน

หากจะบอกว่า "ความร้อนแรง" ของ Black Friday ยังคงอยู่ มันกำลังค่อยๆ เปลี่ยนไปสู่รูปแบบโปรโมชั่นที่ละเอียดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สำหรับผู้ค้า วิธีการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคด้วยกลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์ในยุคที่ข้อมูลล้นหลาม อาจเป็นกุญแจสำคัญว่า Black Friday ในอนาคตจะยังคงสร้างปาฏิหาริย์ยอดขายได้หรือไม่