ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความกระตือรือร้นของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 3C ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศหลายแห่งหันมาเจาะตลาดต่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือแบรนด์เครื่องเสียงสัญชาติจีน Edifier ซึ่งด้วยคุณภาพสินค้าที่แข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของแบรนด์ ทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทได้รับความนิยมจากผู้ใช้ทั้งในและต่างประเทศ
บริษัท Shenzhen Edifier Technology Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 เป็นองค์กรที่เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เครื่องเสียง ซึ่งผสานรวมความคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบอุตสาหกรรม การผลิตขนาดใหญ่ และการตลาดด้วยตนเอง โดยบริษัท主要从事การวิจัย พัฒนา ผลิต และจำหน่ายสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค เช่น ลำโพงภายในบ้าน ลำโพงรถยนต์ ลำโพงมืออาชีพ หูฟัง และไมโครโฟน
ตามที่ Tuke ทราบ บริษัท Edifier มีรายได้รวมในปี 2023 อยู่ที่ 2.694 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 21.46% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กำไรสุทธิอยู่ที่ 420 ล้านหยวน เพิ่มขึ้น 70.17% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ที่มาข้อมูล: รายงานประจำปี 2023 ของ Edifier
ในแง่ของอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์หูฟังและชุดหูฟังเป็น "สินค้าดาวเด่น" ของ Edifier โดยในปี 2023 สร้างรายได้ถึง 1.791 พันล้านหยวน คิดเป็น 66.49% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 22.48% จากปีก่อนหน้า โดยเฉพาะในกลุ่มหูฟัง TWS (True Wireless Stereo) บริษัทมียอดจัดส่งผลิตภัณฑ์ถึง 5.5 ล้านคู่ และติดอันดับ 1 ใน 10 ของการจัดอันดับหูฟัง TWS ทั่วโลก
อันดับที่ 2 คือผลิตภัณฑ์ลำโพง ซึ่งในปี 2023 มีรายได้ 827 ล้านหยวน คิดเป็น 30.73% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 20.65% จากปีก่อนหน้า
ที่มาข้อมูล: รายงานประจำปี 2023 ของ Edifier
ในแง่ของภูมิภาค ยอดขายส่งออกของ Edifier ในปี 2023 สูงถึง 621 ล้านหยวน คิดเป็น 23.07% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้น 36.02% จากปีก่อนหน้า ซึ่งหมายความว่าบริษัทประสบความสำเร็จในการพัฒนาที่ก้าวกระโดดในตลาดต่างประเทศในปี 2023 และก้าวไปอีกขั้น
เมื่อเจาะลึกถึงกลยุทธ์การตลาดต่างประเทศของ Edifier จะพบว่า TikTok เป็นหนึ่งในช่องทางการตลาดที่สำคัญ โดยใช้วิธีการ "หว่านแห" คือเปิดบัญชี TikTok หลายบัญชีเพื่อดำเนินการพร้อมกัน จากผลลัพธ์ที่ได้ Edifier ประสบความสำเร็จอย่างไม่ต้องสงสัย โดยบัญชี TikTok เดี่ยวมียอดผู้ติดตามสูงสุดถึง 105,800 คน และยอดผู้ติดตาม TikTok รวมเกิน 330,000 คน
ที่มา: TikTok
ในด้านเนื้อหาวิดีโอ จะมีความแตกต่างระหว่างบัญชีต่างๆ โดยแต่ละบัญชีจะเน้นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน และสไตล์การถ่ายทำก็แตกต่างกัน ทำให้ผู้ใช้สามารถแยกแยะได้เมื่อเรียกดู ส่วนรูปแบบเนื้อหาจะเน้นการแกะกล่องและการสาธิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยให้ผู้ชมเข้าใจถึงประสิทธิภาพการใช้งานของผลิตภัณฑ์ได้เป็นอย่างดี
หลังจากรับชม หากมีความต้องการสั่งซื้อ เพียงคลิกลิงก์บนหน้าโปรไฟล์ TikTok ก็จะสามารถข้ามไปยังหน้าซื้อสินค้าเพื่อดำเนินการซื้อได้
และที่น่าสนใจคือ ในหน้านี้ยังรองรับการคลิกเพื่อข้ามไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เช่น Ins, Twitter, Facebook, YouTube เป็นต้น ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในการดึงดูดผู้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ
ที่มา: TikTok
นอกจากนี้ Edifier ยังเปิดร้านบน Amazon ด้วย ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคต่างประเทศที่คุ้นเคยกับการใช้ Amazon สามารถซื้อสินค้าได้อย่างทันท่วงทีเช่นกัน

ที่มา: Amazon
Edifier ยังได้สร้างเว็บไซต์อิสระของตนเอง ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่แยกจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างประเทศ ช่วยให้บริษัทสามารถขายสินค้าได้อย่างอิสระมากขึ้น โดยไม่มีข้อจำกัดมากมาย
ที่มา: ภาพหน้าจอเว็บไซต์อิสระต่างประเทศของ Edifier
ความสำเร็จของ Edifier แสดงให้เห็นว่าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 3C ยังคงมีตลาดขนาดใหญ่ในต่างประเทศ สำหรับแบรนด์ดิจิทัล 3C ในประเทศที่ต้องการเจาะตลาดต่างประเทศ ตอนนี้ยังไม่สายเกินไปที่จะลงมือทำ!



