การส่งออกสินค้าดิจิทัล 3C เคยเป็นเส้นทางทองของการส่งออกสินค้าจีน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นสนามรบของนักขายจำนวนมาก สงครามราคาทำให้กำไรบางเฉียบ อัตราการคืนสินค้าสูงจนปวดหัว ต้นทุนเทราฟฟิกแพงขึ้นทุกปี สิ่งเหล่านี้คือปัญหาที่นักขายที่ทำธุรกิจ 3C เพื่อการส่งออกแทบทุกรายต้องเผชิญ

ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ แบรนด์หนึ่งจากเซินเจิ้นOrashareกลับเดินเส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงในตลาดฟิลิปปินส์

ที่มาของภาพ: TikTok Shop

ทำเงินเงียบ ๆ: แชมป์พาวเวอร์แบงก์ในตลาดฟิลิปปินส์

ในฟิลิปปินส์ Orashare ครองตลาดกลุ่มพาวเวอร์แบงก์ mini เกือบทั้งหมด สินค้าฮิตอย่าง O10 10000mAh มีวิดีโอที่เกี่ยวข้องบน TikTok มากกว่า 5,000 รายการ ฐานการเข้าถึงค่อนข้างใหญ่

และร้านค้าแบรนด์บน TikTok ในฟิลิปปินส์มีรายได้ต่อเดือนกว่า 1.09 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ยอดขายในปีที่ผ่านมาถึง 13.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มาของภาพ: kalodata

บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopee และ Lazada ร้านค้าอย่างเป็นทางการของ Orashare ครองอันดับต้น ๆ ของชาร์ตสินค้าดิจิทัลขายดีมาโดยตลอด มียอดติดตามและคะแนนรีวิวสูงมากในระดับหลายหมื่นถึงแสน

ในหมวดพาวเวอร์แบงก์ สินค้าฮิตอย่าง O10, O20, OL100Pro (ความจุสูง 100000mAh สำหรับกลางแจ้ง) มียอดขายสะสมหลายหมื่นถึงหลายแสนชิ้น ครองแชมป์ยอดขายอันดับหนึ่งในหมวดหลายครั้ง

นอกจากนี้ สินค้าอย่างพัดลมแคมป์ปิ้ง DF09 และลำโพงคาราโอเกะซีรีส์ BSH ยังตอบโจทย์สถานการณ์ 'สำรองไฟตอนไฟดับ' และ 'ปาร์ตี้กลางแจ้ง' ได้อย่างตรงจุด ยอดขายต่อชิ้นก็ทะลุหลักหมื่นเช่นกัน

ที่มาของภาพ: Lazada

จากเซินเจิ้นถึงมะนิลา การส่งออกสินค้าจีนไปอย่างไร?

บริษัทแม่ของ Orashare คือ Shenzhen Chengxiang Technology แบรนด์นิยามตัวเองว่า “BRIGHTENED BY SHARING” เป็นแบรนด์อิเล็กทรอนิกส์นานาชาติที่มุ่งพัฒนาสู่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทุ่มเทให้กับการแบ่งปันผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ผ่านดีไซน์ที่หรูหราและทันสมัย ราคาที่จับต้องได้ และเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์

ที่มาของภาพ: Orashare

ประการแรก โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าอ่อนแอ ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะที่มีเกาะมากกว่า 7,000 เกาะ หลายพื้นที่มีไฟฟ้าไม่เสถียร ไฟฟ้าดับช่วงฤดูพายุไต้ฝุ่นเป็นเรื่องปกติ หมายความว่าสินค้าอย่างพาวเวอร์แบงก์ พัดลมแคมป์ปิ้ง ไฟฉุกเฉิน ไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นความจำเป็นพื้นฐานในท้องถิ่น

ประการที่สอง อินเทอร์เน็ตมือถือเข้าถึงสูงแต่สิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์จไม่เพียงพอ ฟิลิปปินส์เป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้โซเชียลมีเดียนานที่สุดในโลก ผู้ใช้ใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือเป็นจำนวนมากต่อวัน แต่ที่ชาร์จสาธารณะมีน้อย ทำให้ทุกคนมีความต้องการอุปกรณ์ชาร์จแบบพกพาอย่างมาก

ผลิตภัณฑ์ของ Orashare ตรงกับความต้องการเหล่านี้พอดี พาวเวอร์แบงก์แก้ปัญหา 'ไม่มีไฟชาร์จ' พัดลมแคมป์ปิ้งแก้ปัญหา 'ร้อนตอนไฟดับ' ลำโพงคาราโอเกะตอบโจทย์วัฒนธรรมของคนฟิลิปปินส์ที่รักเสียงดนตรีและการสังสรรค์

ที่มาของภาพ: Orashare

กลยุทธ์ฟิลิปปินส์บน TikTok

การวางแผนของ Orashare บน TikTok ไม่ใช่แค่ 'โพสต์วิดีโอ แปะลิงก์' ง่าย ๆ แต่เป็นวิธีการที่มีระบบ

ร้านค้า TikTok ของแบรนด์คือ Orashare PH ถูกบันทึกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2023 หลัก ๆ ขายหมวดโทรศัพท์และดิจิทัล / อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์ / พาวเวอร์แบงก์ ช่องทางหลักคือการขายผ่านไลฟ์สด

ที่มาของภาพ: TikTok

-สร้างระบบไลฟ์สดแบบโลคอลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการแปลง

การไลฟ์สดขายสินค้าเป็นวิธีการดำเนินงานที่สำคัญของ Orashare ในตลาดฟิลิปปินส์

Orashare ใช้สตรีมเมอร์ท้องถิ่นฟิลิปปินส์ในการไลฟ์สด สื่อสารด้วยภาษาอังกฤษและ Taglish (การผสมระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาตากาล็อกที่พบได้ทั่วไปในฟิลิปปินส์) ทำให้เนื้อหาการไลฟ์สดสอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ในช่วงเทศกาลโปรโมชั่นสำคัญของฟิลิปปินส์ แบรนด์จะเพิ่มความถี่ในการไลฟ์สด เพื่อเพิ่มการมองเห็นและโอกาสในการขายผ่านการไลฟ์สดระยะยาว

ที่มาของภาพ: TikTok

จากผลการดำเนินงานจริง การดำเนินงานไลฟ์สดของแบรนด์ได้ก่อตัวเป็นขนาดที่แน่นอน ตามสถิติจากแพลตฟอร์มข้อมูลบุคคลที่สาม ภายใน 30 วันที่ผ่านมา ยอดขายจากการไลฟ์สดในร้าน Orashare PH TikTok สูงถึงประมาณ 322,600 ดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้ชมการไลฟ์สดมากกว่า 1,100,000 ครั้ง

จะเห็นได้ว่า ด้วยการไลฟ์สดอย่างต่อเนื่องและการนำเสนอตามสถานการณ์ แบรนด์ไม่เพียงเพิ่มการมองเห็นผลิตภัณฑ์ แต่ยังช่วยลดขั้นตอนการตัดสินใจของผู้บริโภคตั้งแต่รู้จักผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการซื้อ

ที่มาของภาพ: kalodata

-พันธมิตรอินฟลูเอนเซอร์ขยายขอบเขตการครอบคลุมเนื้อหา

นอกจากการไลฟ์สดอย่างเป็นทางการ Orashare ยังใช้ระบบการตลาดแบบพันธมิตรของ TikTok อย่างจริงจัง โดยร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นจำนวนมากในฟิลิปปินส์

เมื่อเทียบกับการโฆษณาแบบดั้งเดิม เนื้อหาจากอินฟลูเอนเซอร์ใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคมากกว่า

ตัวอย่างเช่น อินฟลูเอนเซอร์รีวิวอุปกรณ์ดิจิทัลจะสาธิตความจุและความเร็วในการชาร์จของพาวเวอร์แบงก์ ครีเอเตอร์สายวัยเรียนจะแชร์ 'อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นสำหรับการเรียน' ส่วนอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์จะนำผลิตภัณฑ์ไปผสานกับสถานการณ์อย่างการท่องเที่ยวหรือแคมป์ปิ้ง

รูปแบบเนื้อหาแบบนี้ช่วยลดความรู้สึกต่อต้านโฆษณาของผู้บริโภค และทำให้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนจาก 'แบรนด์ที่ไม่คุ้นเคย' ไปเป็น 'คำแนะนำในชีวิตประจำวัน'

ที่มาของภาพ: kalodata

ยกตัวอย่างอินฟลูเอนเซอร์รีวิวอุปกรณ์ดิจิทัล @bwmtechreview บัญชีนี้แชร์ประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีต่างๆ มาอย่างยาวนาน มีผู้ติดตามประมาณ 42,200 คน

ในการโปรโมทพาวเวอร์แบงก์มินิของ Orashare เขาไม่ได้แนะนำสเปกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่ใช้วิธีหยิบผลิตภัณฑ์จริง โชว์ขนาด เป็นต้น เพื่อเน้นจุดเด่นของพาวเวอร์แบงก์มินิรุ่นนี้ว่า 'เล็กกระทัดรัด พกพาง่าย' ให้ผู้บริโภคเห็นภาพการใช้งานได้ชัดเจนขึ้น

ที่มาของภาพ: kalodata

วิดีโอนี้มียอดเล่นประมาณ 1,577,000 ครั้ง และสร้างยอดขายได้ 24,700 ชิ้น มียอดขายรวมประมาณ 55,700 ดอลลาร์สหรัฐ

จากกรณีนี้จะเห็นได้ว่า การแบ่งปันประสบการณ์จริงของอินฟลูเอนเซอร์ในกลุ่มเฉพาะสามารถช่วยให้แบรนด์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยเพิ่มอัตราการแปลงยอดขายหลังจากเนื้อหาสร้างความต้องการ

ที่มาของภาพ: kalodata

การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์แบบนี้ไม่ใช่กรณีเดียว Orashare สร้างระบบการตลาดแบบพันธมิตรบน TikTok ที่ครอบคลุมครีเอเตอร์จำนวนมาก

ตามสถิติจากแพลตฟอร์มข้อมูลบุคคลที่สาม ภายใน 30 วันที่ผ่านมา ร้าน Orashare Philippines บน TikTok มีอินฟลูเอนเซอร์พันธมิตรมากกว่า 10,800 คนเข้าร่วมโปรโมท เผยแพร่วิดีโอและเนื้อหาไลฟ์สดรวมมากกว่า 21,200 รายการ สร้างยอดขายจากพันธมิตรประมาณ 739,800 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นสัดส่วนสำคัญของยอดขายรวมของร้าน

ด้วยการขยายขอบเขตการครอบคลุมของอินฟลูเอนเซอร์อย่างต่อเนื่อง แบรนด์สามารถทำให้ผลิตภัณฑ์ปรากฏในสถานการณ์การบริโภคที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มการรับรู้ในตลาดและการแปลงยอดขายอย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ: kalodata

สุดท้ายนี้

บริษัทจีนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังหันความสนใจไปยังตลาดต่างประเทศ และโอกาสในตลาดต่างประเทศก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขายสินค้าออกไปอย่างง่ายๆ อีกต่อไป

สำหรับแบรนด์แล้ว การก้าวเข้าสู่ตลาดอย่างแท้จริง ต้องอาศัยไม่เพียงแต่ความได้เปรียบด้านผลิตภัณฑ์ แต่ยังต้องเข้าใจวิถีชีวิตและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคในท้องถิ่น การหาช่องทางที่เหมาะสม และการสร้างความเชื่อมโยงด้วยวิธีการที่ใกล้ชิดผู้ใช้มากขึ้น กำลังกลายเป็นประเด็นที่ธุรกิจต้องคิดในระยะยาวระหว่างการออกสู่ตลาดต่างประเทศ

ปัจจุบัน ตลาดผู้บริโภคทั่วโลกยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และโอกาสใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นเสมอ สำหรับองค์กรในประเทศแล้ว ตลาดต่างประเทศยังคงเป็นพื้นที่ที่คุ้มค่าแก่การสำรวจ การทำผลิตภัณฑ์ให้ดี ทำคอนเทนต์ให้ดี และทำการดำเนินงานในท้องถิ่นให้ดี อาจเป็นพื้นฐานสำคัญที่ทำให้แบรนด์ไปได้ไกลยิ่งขึ้นในต่างประเทศ