TikTok ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในโซเชียลมีเดียต่างประเทศ โดยมีผู้ใช้งานรายเดือนทั่วโลกมากกว่า 1.1 พันล้านคน ผู้คนนับไม่ถ้วนสั่งซื้อสินค้าตามคำแนะนำของครีเอเตอร์ TikTok และมีส่วนช่วยสร้างรายได้ให้กับ TikTok
จะบอกว่าคนเหล่านี้ทำตามอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าหรือ? ก็ไม่ใช่ เมื่อพฤติกรรมหนึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์ของกลุ่ม มันก็ไม่ใช่การกระทำที่ไร้เหตุผลอีกต่อไป แต่เป็นผลลัพธ์จากการเลือกของคนส่วนใหญ่
ผู้คนยอมรับคำแนะนำของครีเอเตอร์ TikTok ยอมรับราคาสินค้าที่ขายใน TikTok Shop รู้สึกว่าสินค้าเหล่านั้นตอบสนองความต้องการจำเป็นของตนได้ จึงตัดสินใจซื้อ ง่ายและเป็นไปตามอารมณ์
แต่หารู้ไม่ว่า นี่คือการที่ TikTok ใช้ปัจจัยทางจิตวิทยาบางอย่างอย่างชาญฉลาดบนพื้นฐานของความเป็นจริง
เหมือนกับตอนที่ผู้คนเริ่มต้นอยากหาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ดีที่สุด พวกเขาจะไม่ไปค้นหาบน TikTok แต่จะไปค้นหา #cleantok เป็นต้น
แต่ด้วยข้อมูลขนาดใหญ่และคำแนะนำของครีเอเตอร์ TikTok ผู้ใช้กลุ่มนี้จะได้เห็นเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ่อยครั้ง ซึ่งเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในระดับหนึ่ง

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบทำตามฝูงชน จะดึงดูดกันและกันเพราะประสบการณ์ร่วม เมื่อแม่บ้าน全职คนหนึ่งอัปโหลดวิดีโอทำงานบ้านบน TikTok ก็จะดึงดูดแม่บ้านที่รักความสะอาดเช่นกันจำนวนมาก เมื่อแม่คนนี้แนะนำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดตัวหนึ่งและแสดงผลลัพธ์ที่โดดเด่น ผู้ใช้ที่มีความต้องการเดียวกันก็จะสั่งซื้อ
นี่คือพลังวิเศษของ TikTok: “เข้าใกล้คุณ แล้วค่อยๆ กลืนคุณอย่างแยบยล”
แน่นอน การกลืนนี้ไม่น่ากลัว แต่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่ปกติมาก เพราะผู้ชมรู้สึกว่าได้เข้าใจครีเอเตอร์แล้ว จึงยิ่งไว้วางใจครีเอเตอร์มากขึ้น
เปรียบเสมือนความสัมพันธ์ระหว่างดารากับแฟนคลับความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างผู้บริโภคกับครีเอเตอร์เหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการหนึ่งที่กระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภค。

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “ความสัมพันธ์กึ่งสังคม” ซึ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครีเอเตอร์คนหนึ่ง จนถึงขั้นเกิดมิตรภาพ แต่ในความเป็นจริง ความสัมพันธ์นี้มักเป็นทางเดียว ครีเอเตอร์อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีผู้ชมคนนี้อยู่
เมื่อผู้ชมชอบครีเอเตอร์คนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาอาจซื้อสินค้าหรือบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อแสดงความรักที่มีต่อครีเอเตอร์ แม้จะรู้ว่านี่คือโฆษณาที่ครีเอเตอร์รับมาเพื่อทำกำไร พวกเขาก็ยินดีจ่ายอย่างใจกว้าง
โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok เมื่อผู้ใช้เปิด TikTok แพลตฟอร์มจะแนะนำเนื้อหาที่ครีเอเตอร์ที่พวกเขาชอบที่สุดโพสต์โดยอัตโนมัติ ผ่านวิธีการเปิดเผยซ้ำๆ เพื่อ加深ความสัมพันธ์กึ่งสังคมนี้
ปัจจุบัน ความสัมพันธ์กึ่งสังคมนี้ไม่เพียงมีอยู่บน TikTok แต่ยังแพร่หลายบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ และในวงการสร้างเนื้อหา มันเป็นกลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพ สามารถดึงดูดผู้ชมและส่งเสริมการขายสินค้า แต่ก็ต้องระวังไม่ใช้ความสัมพันธ์นี้มากเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความรังเกียจจากผู้ชม

ในยุคโซเชียลมีเดียนี้ TikTok ทำให้ผู้ใช้รู้สึกว่าการบริโภคกลายเป็นหนทางสู่ชีวิตที่ดีขึ้น ทุกคนกำลังเดินบนเส้นทางที่สวยงามยิ่งขึ้น
บน TikTok บางครั้งข้อความโฆษณาที่ดีเพียงข้อความเดียวก็สามารถทำให้ผู้บริโภคสนใจและเชื่อถือสินค้าได้
โดยการอธิบายว่าสินค้าช่วยแก้ปัญหาจุดเจ็บปวดของผู้บริโภค นำความสะดวกสบายและความประหลาดใจมาให้ สามารถกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภคได้ เนื่องจากลักษณะวิดีโอ TikTok ที่สั้น คำแนะนำต้องกระชับและเป็นธรรมชาติ บางครั้งยิ่งหยาบ ไม่ประณีต ผู้บริโภคกลับยิ่งเชื่อว่านี่คือคำแนะนำที่จริงใจและแท้จริง
จิตวิทยาการบริโภคนี้ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของรีวิวที่แท้จริงต่อสินค้า แม้ว่าต้นทุนการรีวิวจาก KOL ชั้นนำและค่าโฆษณาจะสูง แต่เราสามารถหารีวิวจริงจากผู้ซื้อทั่วไปหรือผู้ใช้ที่มีฐานแฟนคลับน้อยได้ โดยเสนอสินค้าฟรีหรือส่วนลดให้พวกเขา หรือแม้แต่ให้รางวัล เช่น การคืนเงินตามจำนวนไลค์หรือยอดวิวของวิดีโอ เป็นต้น
ในยุคที่ทุกคนเป็นสื่อของตัวเอง โอกาสทางธุรกิจมักจะปะทุขึ้นโดยไม่คาดคิด สิ่งที่เราต้องทำคือกระจายอวนให้กว้าง เพราะแม้การลงทุนเพียงเล็กน้อยก็อาจนำมาซึ่งผลตอบแทนที่ยิ่งใหญ่



