ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาด้วยวัฒนธรรมกาแฟที่บ้านกำลังได้รับความนิยมทั่วโลกความต้องการเฉพาะทางเริ่มปรากฏชัดขึ้น สนามการแข่งขันเครื่องชงกาแฟสำหรับใช้ในบ้านจึงได้รับโอกาสใหม่ในการพัฒนา.

ตามข้อมูลจากMarket Research Future ในปี 2023 ขนาดตลาดเครื่องชงกาแฟทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 894,218 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าในช่วงปี 2024 ถึง 2032 ตลาดนี้จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ประมาณ 5.15% และภายในปี 2032 ขนาดตลาดเครื่องชงกาแฟทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,394,367 ล้านเหรียญสหรัฐ

 

ที่มาภาพ:Market Research Future

แต่เมื่อ 6 ปีก่อนที่ตลาดเครื่องชงกาแฟทั่วโลกยังไม่บูม บริษัทหนึ่งจากประเทศจีนได้ล็อกเป้าหมายในสนามเฉพาะทางนี้ไว้แล้ว

บริษัทนี้ค้นพบว่าผู้บริโภคกำลังมองหาวิธีแก้ปัญหาที่ทั้งรับประกันคุณภาพกาแฟและใช้งานสะดวก แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในตลาดมักไม่สามารถตอบโจทย์ทั้งสองข้อนี้ได้พร้อมกัน

ช่องว่างของความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองนี้เอง ทำให้บริษัทพบจุดแตกต่างและสามารถแจ้งเกิดในตลาดต่างประเทศได้

และบริษัทนี้ก็คือ แบรนด์เครื่องชงกาแฟจากซุ่นเต๋อ เมืองฝอซานHiBREW (Banli Electric).

มีรายงานว่า แบรนด์นี้ตั้งแต่ปี2019 ได้เข้าสู่ตลาดตะวันออกกลางผ่าน AliExpress และสามารถขายได้ถึงหนึ่งล้านเครื่องในปีแรก ในปี 2023 ยอดขายประจำปีใน AliExpress เกือบแตะ 5 ล้านเหรียญสหรัฐ และหลังจากนั้นยอดขายเพิ่มขึ้นปีละประมาณหนึ่งล้าน

ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์เครื่องชงกาแฟของHiBREW (Banli Electric) ให้บริการผู้ใช้ทั่วโลกกว่า 400,000 ราย ส่งออกไปยังมากกว่า 70 ประเทศและภูมิภาค รวมถึงสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย สเปน โปแลนด์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตลาดสำคัญอื่นๆ

 

ที่มาภาพ:HiBREW

จากรับจ้างผลิตสู่แบรนด์: คว้าโอกาสเปลี่ยนผ่าน

เป็นที่ทราบกันว่าHiBREW เดิมชื่อบริษัท Foshan Shunde Banli Electric Technology Co., Ltd. โดยเริ่มต้นจากธุรกิจรับจ้างผลิตเครื่องชงกาแฟให้กับตัวแทนจำหน่ายในยุโรป อเมริกา และตะวันออกกลาง

เมื่อสภาพแวดล้อมการค้าระหว่างประเทศเปลี่ยนแปลงและต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี กำไรจากโมเดลรับจ้างผลิตแบบเดิมถูกบีบลงอย่างต่อเนื่อง ผู้ก่อตั้งแบรนด์ คุณเจิง ตระหนักว่าการพึ่งพารับจ้างผลิตในระยะยาวจะไม่สามารถควบคุมอำนาจต่อรองในตลาดได้

ดังนั้นในปี2017 จึงได้ก่อตั้งแบรนด์ HiBREW อย่างเป็นทางการ และเริ่มเปลี่ยนจากรับจ้างผลิตสู่การขายแบรนด์ของตนเอง

แบรนด์นี้ไม่ได้ตั้งเป้าแข่งขันกับแบรนด์ระดับสูงในตลาดต่างประเทศโดยตรง เช่นDe'Longhi หรือ Smeg แต่ผ่านการวิจัยตลาด พบว่ามีความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง นั่นคือผู้ใช้จำนวนมากต้องการเครื่องชงกาแฟที่สามารถใช้ได้ทั้งแคปซูลหลายยี่ห้อและกาแฟบดโดยไม่ต้องจำกัดอยู่ในระบบของแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง

จากการ洞察นี้HiBREW ได้เปิดตัวระบบแคปซูลอเนกประสงค์เป็นรายแรกในอุตสาหกรรม รองรับแคปซูลแบรนด์หลักๆ และยังสามารถใช้กาแฟบดได้โดยตรง การออกแบบนี้ช่วยลดต้นทุนการใช้งานของผู้ใช้โดยตรง กลายเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่ตลาดเครื่องชงกาแฟ

 

ที่มาภาพ:HiBREW

การวางตำแหน่งที่แม่นยำและการปรับปรุงให้เหมาะสมกับท้องถิ่น: ใช้ผลิตภัณฑ์พิชิตตลาด

หลังจากยืนยันประเภทเครื่องชงกาแฟที่จะผลิตแล้ว ในเดือนกรกฎาคม 2019 แบรนด์ HiBREW ได้เข้าสู่ตลาดต่างประเทศเป็นครั้งแรกผ่านแพลตฟอร์ม AliExpress

ในช่วงแรก ทีมงานเน้นทรัพยากรไปที่ยุโรปและอเมริกา แต่ข้อมูลยอดขายพบว่าออเดอร์จากซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และประเทศตะวันออกกลางอื่นๆ มีสัดส่วนสูง ทีมงานจึงปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็ว โดยให้ความสำคัญกับตลาดตะวันออกกลางเป็นหลัก

เนื่องจากผู้บริโภคในตะวันออกกลางนิยมกาแฟรสเข้ม และสภาพแวดล้อมมีฝุ่นมาก จึงต้องการเครื่องที่มีการซีลและความทนทานสูง ทีมเทคนิคของHiBREW จึงปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับท้องถิ่น เช่น เสริมการซีลของช่องใส่ผงกาแฟ ปรับปรุงระบบน้ำให้ทนต่อคราบตะกรัน เป็นต้น

การปรับปรุงเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ในตลาดท้องถิ่นอย่างมาก ทำให้ยอดขายเครื่องชงกาแฟ HiBREW ในตะวันออกกลางปี 2019 เติบโต 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในปี 2020 อัตราการเติบโตพุ่งถึง 300% แบรนด์จึงค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในภูมิภาคนี้

 

ที่มาภาพ:HiBREW

การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย: เนื้อหาจริงสร้างความ共鸣กับผู้ใช้

แม้แต่ของดีถ้าอยู่ในซอยลึกก็ขายยาก โดยเฉพาะสำหรับแบรนด์ใหม่ การเปิดเผยแบรนด์และการสื่อสารกับผู้ใช้อย่างต่อเนื่องจึงสำคัญมาก

เช่นเดียวกับแบรนด์HiBREWที่เลือกTikTok และ YouTube เป็นแพลตฟอร์มโซเชียลหลัก ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งานผลิตภัณฑ์ ใช้ฉากจริงสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้เป้าหมาย

--TikTok:

บนTikTok แบรนด์ HiBREW ได้ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สายกาแฟหลายราย ปล่อยวิดีโอโปรโมทแบบสร้างสรรค์

เนื้อหาวิดีโอเน้นการแสดงฉากการใช้เครื่องชงกาแฟในบ้านจริงๆ ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

อินฟลูเอนเซอร์สายกาแฟ @alexhomebarista ที่มีผู้ติดตาม 207,800 คนบน TikTok ได้ร่วมงานกับ HiBREW ถ่ายวิดีโอโปรโมทเครื่องชงกาแฟรุ่น H10Plus

 

ที่มาภาพ:TikTok

ในวิดีโอ อินฟลูเอนเซอร์เริ่มจากแกะกล่องและล้างเครื่อง จากนั้นเติมน้ำดื่มและผงกาแฟเพื่อชงกาแฟ ต่อด้วยการตีฟองนมด้วยไอน้ำและทำลาเต้อาร์ต ปิดท้ายด้วยกาแฟหอมกรุ่นหนึ่งแก้ว

จนถึงขณะนี้ วิดีโอนี้มียอดรับชม596,700 ครั้ง และยอดไลก์ 34,100 ครั้ง มีผู้ใช้ที่สนใจจำนวนมากสอบถามราคาของเครื่องชงกาแฟในคอมเมนต์

"สินค้านี้ราคาเท่าไหร่?"

"มันราคาเท่าไหร่???"

 

ที่มาภาพ:TikTok

--YouTube:

บนYouTube แบรนด์ HiBREW ได้ร่วมมือกับบล็อกเกอร์สายเทคโนโลยีมืออาชีพมากขึ้น ผลิตเนื้อหาทดสอบเชิงลึก

Lance Hedrick บล็อกเกอร์สายเทคโนโลยีที่มีผู้ติดตาม 375,000 คน เป็นผู้ร่วมงานกับ HiBREW โดยได้ถ่ายวิดีโอรีวิวเชิงลึกความยาว 23 นาที 16 วินาที ให้กับเครื่องชงกาแฟรุ่น H10A

จนถึงขณะนี้ วิดีโอนี้มียอดรับชม238,800 ครั้ง

ในวิดีโอLance Hedrick ได้แกะกล่องอธิบายการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ อย่างละเอียด จากนั้นทดสอบอย่างเข้มข้นทั้งเวลาในการสกัด ปริมาณน้ำ อัตราส่วนผงกาแฟต่อของเหลว ความเข้มข้น และความเสถียรของการสกัด อธิบายประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ทีละจุด

 

ที่มาภาพ:YouTube

ผู้ใช้จำนวนมากที่ต้องการเครื่องชงกาแฟ หลังจากดูแล้วต่างประทับใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

"ดีมากที่มีเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซราคาประหยัดแบบนี้ ฉันอยากซื้อเลย"

 

ที่มาภาพ:YouTube

"ถึงเดือนสิงหาคม 2023 ฉันมีเครื่องนี้แล้วและยังคงพอใจมาก นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันใช้เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ หลังจากดูรีวิวนี้ ฉันยิ่งพอใจมากขึ้น ขอบคุณ"

 

ที่มาภาพ:YouTube

จะเห็นได้ว่า วิดีโอรีวิวเชิงลึกที่เน้นตอบข้อสงสัยของผู้ใช้แบบนี้ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ได้ง่ายมาก และช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้ดี

การขายหลายช่องทาง: ทั้งแพลตฟอร์มและเว็บไซต์อิสระ

ในกระบวนการขยายตลาดอย่างแข็งขัน นอกจากการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียแล้วHiBREW ยังให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ช่องทางการขาย โดยยึดหลัก "เข้าถึงหลายจุด" ทั้งวางแผนบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลักและลงทุนสร้างเว็บไซต์อิสระของแบรนด์

นอกจาก AliExpress ที่ร่วมงานตั้งแต่แรกแล้ว ต่อมาHiBREW ยังเข้าร่วม Amazon และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซระดับภูมิภาค เช่น Darty, Fnac, Cdiscount เพื่อครอบคลุมกลุ่มผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่

 

ที่มาภาพ:Amazon

พร้อมกันนี้HiBREW ยังสร้างเว็บไซต์อิสระของแบรนด์ขึ้นมา

ในเว็บไซต์อิสระ แบรนด์ได้แบ่งประเภทเครื่องชงกาแฟออกเป็น 6 ประเภทอย่างชัดเจน เช่น แคปซูล พกพา ฯลฯ และยังมีโซนสินค้าขายดีที่รวบรวมรุ่นที่มียอดขายและรีวิวดีในเว็บไซต์อิสระ เพื่อให้มือใหม่ที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องชงกาแฟเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น

 

ที่มาภาพ:HiBREW

เพื่อให้ผู้ใช้มั่นใจในการซื้อHiBREW ได้ประกาศนโยบายหลังการขายอย่างชัดเจนในเว็บไซต์อิสระ เช่น การจัดส่งจากคลังสินค้าในหลายประเทศ รับประกัน 1 ปี ฯลฯ ซึ่งช่วยลดความกังวลในการสั่งซื้อของผู้ใช้ได้มาก

ดังนั้น บริษัทอื่นๆ ที่ต้องการโปรโมทในต่างประเทศ ก็สามารถวางแผนหลายช่องทางแบบHiBREW ได้เช่นกัน ทั้งอาศัยแพลตฟอร์มของบุคคลที่สามเพื่อดึงดูดทราฟฟิก และสร้างเว็บไซต์อิสระเพื่อสะสมสินทรัพย์ของแบรนด์ ส่งเสริมการเติบโตระยะยาวของแบรนด์ร่วมกัน

 

ที่มาภาพ:HiBREW

แบรนด์เล็กก็สามารถ“ชง” รสชาติของตัวเองในตลาดโลกได้!

เรื่องราวของ HiBREW คือชัยชนะในตลาดเฉพาะทาง แบรนด์ไม่ได้ท้าทายยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอย่างไร้จุดหมาย แต่เลือกเส้นทางที่แตกต่างจนพบพื้นที่ของตัวเอง

นี่คือบทเรียนตรงสำหรับแบรนด์จีน:การไปสู่สากลไม่ใช่สิทธิ์เฉพาะของบริษัทยักษ์ใหญ่ แบรนด์เล็กก็สามารถแบ่งเค้กในตลาดต่างประเทศได้ด้วยการวางตำแหน่งที่แม่นยำ การพัฒนาอย่างรวดเร็ว และการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่น

กุญแจสำคัญคือ แบรนด์กล้าทิ้งแนวคิดเดิมๆ แล้วศึกษาความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองของผู้ใช้จริงหรือไม่ จากนั้นใช้ผลิตภัณฑ์ การตลาด และช่องทางขายผสมผสานกัน เปลี่ยนโอกาสให้เป็นยอดขาย

ตลาดต่างประเทศในวันนี้ ไม่ใช่ยุคที่ใครขายถูกกว่าก็ชนะอีกต่อไป และก็ไม่ใช่ยุคที่ยักษ์ใหญ่ผูกขาดทุกอย่าง

แบรนด์อย่างHiBREW ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างเจาะตลาด ใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการตัดสินใจ ใช้โซเชียลมีเดียสร้างความเชื่อมั่น และใช้หลายช่องทางลดความเสี่ยง เชื่อว่าแบรนด์ใดที่มีความตั้งใจก็สามารถลอกเลียนแบบได้ และคว้าพื้นที่ในตลาดต่างประเทศได้เช่นกัน