ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาTuke ด้วยความเหนียวแน่นของผู้ใช้และระบบนิเวศเนื้อหาที่แข็งแกร่ง ยังคงครองตำแหน่งสำคัญในวงการโซเชียลมีเดียระดับโลกอย่างต่อเนื่อง
ตามรายงาน ในเดือนตุลาคม 2025 Tuke ได้เปิดตัวสองมาตรการสำคัญ คือการเพิ่มส่วนแบ่งรายได้จากการสมัครสมาชิกของครีเอเตอร์ในสหรัฐฯและแคนาดา และขยายกิจกรรมธีมฮาโลวีน “TukeTober”
สองมาตรการนี้ดูเหมือนจะแยกกัน แต่จริงๆ แล้วส่งเสริมกันและกัน นอกจากจะนำโอกาสใหม่ๆ ให้กับครีเอเตอร์และผู้ค้าแล้ว ยังเติมเต็มความเป็นไปได้ให้กับการพัฒนาในระยะยาวของแพลตฟอร์มอีกด้วย

ที่มาของภาพ:Google
การเพิ่มส่วนแบ่งครีเอเตอร์: เสริมแรงขับเคลื่อนหลักของระบบนิเวศเนื้อหา
Tuke ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2025 เป็นต้นไป ครีเอเตอร์ในสหรัฐฯและแคนาดาจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตามนโยบายใหม่ ครีเอเตอร์ที่มีคุณสมบัติสามารถได้รับส่วนแบ่งสูงสุดถึง 90% ซึ่งสูงกว่าขีดจำกัดเดิมที่ 70% ในตลาดโลก

ที่มาของภาพ:Google
กลไกการปรับเปลี่ยนคือส่วนแบ่งพื้นฐานที่70% (หลังหักค่าธรรมเนียมร้านแอป) หากบรรลุเป้าหมายประสิทธิภาพที่กำหนด จะได้รับโบนัสเพิ่มอีก 20% แต่นโยบายนี้มีข้อกำหนดสูง ครีเอเตอร์ต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 10,000 คน และยอดวิววิดีโอใน 30 วันที่ผ่านมา ต้องถึงมาตรฐานที่กำหนด
เห็นได้ชัดว่าTuke หวังดึงดูดครีเอเตอร์คุณภาพสูงให้อยู่กับแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะในตลาดอเมริกาเหนือที่เผชิญความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ส่วนแบ่งสูงไม่เพียงกระตุ้นครีเอเตอร์ระดับท็อปให้สร้างเนื้อหาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังผลักดันครีเอเตอร์ระดับกลางและเล็กให้เติบโตเร็วขึ้น ส่งผลให้เนื้อหาบนแพลตฟอร์มหลากหลายมากขึ้น
สำหรับผู้ขาย นโยบายนี้ก็มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งเช่นกัน เมื่อครีเอเตอร์คุณภาพสูงหลั่งไหลเข้ามาระบบนิเวศเนื้อหาของ Tuke จะคึกคักขึ้น เปิดโอกาสให้แบรนด์ทำการตลาดร่วมกับครีเอเตอร์มากขึ้น เช่น ผู้ขายในกลุ่มเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ของใช้ในบ้าน สามารถร่วมมือกับครีเอเตอร์ที่ได้ส่วนแบ่งสูง สร้างเนื้อหาเฉพาะเพื่อเพิ่มการมองเห็นสินค้า

ที่มาของภาพ:Google
นอกจากนี้ การเพิ่มส่วนแบ่งยังอาจทำให้ครีเอเตอร์กล้าลองใช้ระบบสมัครสมาชิกแบบเสียเงินมากขึ้น เปิดช่องทางโปรโมทใหม่ให้ผู้ขาย เช่น ส่วนลดพิเศษหรือสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
กิจกรรม TukeTober: การตลาดเทศกาลและการผสมผสานธุรกิจท้องถิ่น
ในขณะเดียวกันTuke ยังเปิดตัวกิจกรรมธีมฮาโลวีน “TukeTober” เป็นเวลา 31 วัน เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ผ่านเนื้อหาหลากหลาย กิจกรรมครอบคลุมการเยี่ยมชมบ้านผีสิง การทำอาหารตามฤดูกาล การตกแต่งเสื้อผ้า DIY ฯลฯ และแนะนำครีเอเตอร์ท้องถิ่น เช่น ไกด์นำเที่ยวและบล็อกเกอร์อาหาร เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลอย่างลึกซึ้ง

ที่มาของภาพ:Tuke
ที่น่าสังเกตคือTuke เน้นสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กในท้องถิ่นในกิจกรรมนี้ เช่น ผู้ผลิตเทียนฟองน้ำ ฟาร์มฟักทอง ฯลฯ ผ่านแฮชแท็กยอดนิยม (เช่น #BookTok) และการแนะนำครีเอเตอร์ แพลตฟอร์มมอบโอกาสทางการตลาดที่ต้นทุนต่ำแต่มีการมองเห็นสูงให้กับธุรกิจขนาดเล็กเหล่านี้
ข้อมูลแสดงว่าผู้ใช้ Tuke มีความตั้งใจเข้าร่วมกิจกรรมฮาโลวีนมากกว่าผู้ใช้ทั่วไปถึง 30% ซึ่งหมายความว่าแบรนด์และผู้ค้าสามารถใช้แนวโน้มนี้วางแผนการตลาดเนื้อหาอย่างสร้างสรรค์มากขึ้น
สำหรับผู้ขายTukeTober ไม่ใช่แค่ช่องทางรับผู้ชม แต่ยังเป็นโอกาสสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น แบรนด์เสื้อผ้าสามารถร่วมกับครีเอเตอร์จัดชาเลนจ์แต่งตัวฮาโลวีน ผู้ค้าสินค้าอาหารสามารถจัดทำเนื้อหาสูตรอาหารธีมสยองขวัญ ฯลฯ

ที่มาของภาพ:Tuke
นอกจากนี้ หากธุรกิจท้องถิ่นใช้กลไกแนะนำของแพลตฟอร์มอย่างชาญฉลาด อาจเปลี่ยนผู้ชมออนไลน์เป็นลูกค้าหน้าร้านได้ เช่น ใช้วิดีโอสั้นนำทางผู้ใช้ไปสัมผัสประสบการณ์ที่ร้าน
บทสรุป: ความท้าทายและโอกาสที่มาพร้อมกัน
สองมาตรการใหม่ของ Tuke นี้ เป็นทั้งแรงจูงใจภายในสำหรับครีเอเตอร์ และการขยายขอบเขตธุรกิจภายนอก คาดว่าเมื่อ Tuke พัฒนาการประสานงานระหว่างเนื้อหาและธุรกิจมากขึ้น อิทธิพลระดับโลกจะขยายตัวต่อไป
สำหรับผู้มีส่วนร่วมทุกคน——ครีเอเตอร์ ผู้ขาย ผู้ใช้ นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของระบบนิเวศดิจิทัลที่มีชีวิตชีวาและเชื่อมโยงกันมากขึ้น


