ใน TikTok ยุคที่เล่นคนเดียวได้จบไปแล้ว
ตอนนี้แบรนด์ที่เล่นได้ดี ล้วนใช้ “กลยุทธ์แมทริกซ์” สร้างทีมบัญชีหลายบัญชีเพื่อทำงานร่วมกัน ดึงผู้ติดตามให้กันและกัน แบ่งเบาความเสี่ยง และบางครั้งสามารถปั้นบัญชีใหม่ให้ดังได้ภายในเดือนเดียว แต่หลายคนพอเริ่มทำกลับพังทลาย: บัญชีโดนจำกัดการมองเห็นทั้งหมด หรือเนื้อหาชนกันเอง สุดท้ายไม่ได้กำไร แถมโดนแบนไปหลายบัญชี
วันนี้จะใช้วิธีการของ 3 แบรนด์จริง มาวิเคราะห์แก่นของการเล่นแมทริกซ์
ที่มา: Google
กำหนดตำแหน่งชัดเจน: ให้แต่ละบัญชีมี “สนามแข่งเฉพาะตัว”
ขั้นแรกของการทำแมทริกซ์ คือกำหนดจุดยืนที่แตกต่างให้แต่ละบัญชี เหมือนต่อบล็อก แต่ละชิ้นมีที่ของตัวเอง บางบัญชีเน้นสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ บางบัญชีเน้นขายสินค้า บางบัญชีเจาะกลุ่มผู้ใช้ในพื้นที่เฉพาะ แบบนี้จะครอบคลุมหลายสถานการณ์โดยไม่ทำให้ผู้ติดตามสับสน
ตัวอย่าง: แบรนด์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ Belkin
บัญชีหลักของ Belkin @belkin เน้นโชว์การใช้งานสินค้าทุกประเภทในชีวิตจริง เช่น วิดีโอไวรัลที่มียอดชม 1.8 ล้าน ถ่ายในรถโชว์พาวเวอร์แบงค์ไร้สายที่ชาร์จไฟได้และเป็นขาตั้งโทรศัพท์ได้ด้วย นำเสนอจุดขาย “สะดวก” ได้อย่างเข้าถึงง่าย ส่วนบัญชีย่อย @belkinvnstore เน้นตลาดเวียดนาม แม้จะมีผู้ติดตามแค่ 1,366 คน แต่โพสต์วิดีโอการใช้สินค้าของ Belkin ในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นทุก 2-3 วัน เจาะกลุ่มผู้ใช้ในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ การวางตำแหน่งแบบ “ทั่วโลก+เฉพาะพื้นที่” แบบนี้ ทำให้แบรนด์รักษาภาพลักษณ์โดยรวมและเจาะตลาดเฉพาะทางได้พร้อมกัน
ที่มา: TikTok
ประสานเนื้อหา: ใช้ “บัญชีใหญ่ดันบัญชีเล็ก” เร่งการเติบโตของผู้ติดตาม
บัญชีในแมทริกซ์ต้องไม่แยกกันเล่น ต้องรู้จัก “ต่อบันได” ให้กัน เมื่อบัญชีหนึ่งเจอสูตรสำเร็จ ให้รีบก็อปปี้วิธีนั้นไปยังบัญชีอื่น แล้วใช้ @mention, คอมเมนต์, หรือทำคอนเทนต์ร่วมกันเพื่อดึงผู้ติดตามให้กัน ทำให้ยอดวิวเติบโตแบบลูกโซ่
ตัวอย่าง: แบรนด์แม่และเด็ก Makuku
การประสานงานของบัญชีในแมทริกซ์ของ Makuku ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดี บัญชีหลัก @makukuindonesia.official ใช้ละครครอบครัวและรีวิวสินค้า สร้างผู้ติดตาม 1.1 ล้าน เฉลี่ยวิดีโอละ 2.1 ล้านวิว เมื่อสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ได้แล้ว บัญชีไลฟ์สดขายของ @makukuoffcialstore.id ก็รับไม้ต่อดึงผู้ติดตามไปต่อ บัญชีหลักมักจะแนะนำในวิดีโอว่า “อยากได้โปรเพิ่ม? ไปดูไลฟ์สด” ไลฟ์สด 453 ครั้ง มีผู้ชมเฉลี่ย 9,000+ คนต่อรอบ ขายของได้เกือบ 500,000 ดอลลาร์ การจับคู่ “คอนเทนต์สร้างความสนใจ+ไลฟ์สดปิดการขาย” แบบนี้ ทำให้การไหลของผู้ติดตามมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา: TikTok
สร้างเครือข่ายผู้ติดตาม: หลายบัญชีสร้าง “วงจรภายใน” ทำเงินได้มั่นคง
เป้าหมายสูงสุดของแมทริกซ์ คือถักทอผู้ติดตามให้เป็นเครือข่าย ให้แฟนๆ ไหลเวียนระหว่างบัญชีต่างๆ และจบที่การซื้อขาย ไม่ว่าจะเป็นบัญชีหลักดันบัญชีย่อย หรือบัญชีแต่ละประเภทดึงผู้ติดตามให้กัน จุดสำคัญคือทำให้ผู้ติดตามหมุนเวียนอยู่ในระบบ ไม่ไหลออกนอก
ตัวอย่าง: แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะจากเซินเจิ้น HANRIVER
HANRIVER มี 3 บัญชี @hanriver.official, @hanriverlifelive, @hanrivertokoandalanresmi รับหน้าที่โชว์สินค้า, คอนเทนต์ไลฟ์สไตล์, และร้านค้าอย่างเป็นทางการ บัญชีหลักโพสต์วิดีโอสินค้าใหม่ บัญชีไลฟ์สไตล์โพสต์วิธีใช้ ร้านค้าก็โพสต์โปรโมชัน แฟนๆ จะรู้จักสินค้า เข้าใจวิธีใช้ และสั่งซื้อได้ในระบบเดียว ตอนนี้ทั้ง 3 บัญชีรวมกันมีผู้ติดตาม 320,000 คน สร้างวงจร “คอนเทนต์-ความเชื่อใจ-การซื้อ” ที่มั่นคง
ที่มา: TikTok
ส่งท้าย
จริงๆ แล้วการทำ TikTok แมทริกซ์ ก็คือ “ก็อปปี้+ประสานงาน”
เริ่มจากสร้างต้นแบบบัญชีที่เวิร์ก แล้วค่อยๆ ก็อปปี้ออกมาเป็นบัญชีที่มีจุดเด่นต่างกัน แล้วให้แต่ละบัญชีช่วยกันดัน เหมือนกับ Belkin, Makuku, HANRIVER ไม่จำเป็นต้องให้ทุกบัญชีดัง แต่ด้วยการทำงานร่วมกัน ทำให้ผู้ติดตามและยอดขายมั่นคงขึ้น
จำไว้ว่า แก่นของแมทริกซ์ไม่ใช่จำนวนบัญชี แต่คือแต่ละบัญชีต้องทำหน้าที่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง


