ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมแฟชั่นรวดเร็วทั่วโลกยังคงเติบโตอย่างมั่นคง
ตามข้อมูลจากverifiedmarketreports ในปี 2024 มูลค่าตลาดแฟชั่นรวดเร็วทั่วโลกประเมินอยู่ที่ 202.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าในช่วงปี 2026 ถึง 2033 อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบผสมจะอยู่ที่ 5.4%
ภายในปี2033 มูลค่าตลาดแฟชั่นรวดเร็วทั่วโลกคาดว่าจะทะลุ 321.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา:verifiedmarketreports
มีบริษัทหนึ่งที่มองเห็นศักยภาพการเติบโตของแบรนด์แฟชั่นรวดเร็วในตลาดต่างประเทศตั้งแต่เนิ่นๆ ในปี 2019 ก็ได้คว้าโอกาสในการขยายตลาดต่างประเทศ และในเวลาเพียงไม่กี่ปี ก็สามารถทำยอดขายต่อปีเกิน 2.8 พันล้านหยวนได้อย่างโดดเด่น
บริษัทนั้นก็คือแบรนด์แฟชั่นรวดเร็วจากหางโจวUrbanicนั่นเอง

ที่มา:Google
เจาะตลาดเกิดใหม่ เลี่ยงการแข่งขันในตลาดแดงเดือด
ตามข้อมูลที่ได้รับUrbanic เป็นแบรนด์แฟชั่นรวดเร็วในต่างประเทศภายใต้บริษัท Hangzhou Meifeier Technology ก่อตั้งขึ้นในปี 2019
แตกต่างจากแบรนด์จีนจำนวนมากที่เลือกตลาดยุโรปและอเมริกาเป็นตลาดแรกในการขยายต่างประเทศUrbanic เลือกเส้นทางใหม่โดยมุ่งเน้นไปที่ตลาดเกิดใหม่อย่างอินเดีย บราซิล และเม็กซิโก
ภูมิภาคเหล่านี้มีศักยภาพการบริโภคสูง แต่การแข่งขันค่อนข้างอ่อนโยน ทำให้แบรนด์ Urbanic มีพื้นที่ในการเติบโตอย่างมาก
Urbanic กำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ชนชั้นกลางอายุ 20-44 ปี ตั้งราคาสินค้าไว้ที่ประมาณ 100 หยวน ตรงกับความต้องการด้านคุณภาพและราคาในภูมิภาคเหล่านี้ ทำให้ Urbanic ได้รับความนิยมในตลาดอย่างรวดเร็ว
เปิดตัวเพียง6 เดือน ก็ทำยอดขายต่อเดือนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลระบุว่าUrbanic ยังเร่งขยายธุรกิจผ่านการระดมทุน
ก่อตั้งได้ไม่ถึงหนึ่งปี ก็ได้รับการลงทุนรอบ Angel และA จากบริษัทลงทุนอย่าง 9F Venture และ Sequoia Capital
ในปี2020 ยังได้รับการลงทุนรอบ A+ จาก Fosun RZ Capital มูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในซัพพลายเชนและเทคโนโลยี
ในปี2023 Urbanic ได้รับการลงทุนรอบ C มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง เพื่อขยายตลาดละตินอเมริกา
กลยุทธ์ที่เน้นตลาดเกิดใหม่และขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้ ทำให้Urbanic เลี่ยงการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดที่พัฒนาแล้ว และค้นพบเส้นทางการเติบโตของตัวเอง

ที่มา:Google
การตลาดโซเชียลมีเดีย: การดำเนินงานแบบโลคัลคือกุญแจสำคัญ
การนำสินค้าเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อเข้าถึงผู้ใช้เป้าหมายมากขึ้น
Urbanic ลงทุนอย่างมากในการตลาดโซเชียลมีเดีย ใช้จุดเด่นของแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ YouTube เพื่อให้ผู้บริโภคเห็นและรู้จักแบรนด์มากขึ้น
TikTok: การดำเนินงานแบบแบ่งเขต เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ
เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ในแต่ละประเทศอย่างแม่นยำUrbanic ได้เปิดบัญชี TikTok แยกสำหรับแต่ละประเทศ โดยปรับสไตล์เนื้อหาให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
เช่น บัญชี TikTok @urbanic_brasil ที่มุ่งเป้าตลาดบราซิล ปัจจุบันมีผู้ติดตามสะสม 868,700 คน ยอดไลค์สูงถึง 7.8 ล้านครั้ง ถือเป็นบัญชีที่มีสถิติดีที่สุด
วิดีโอโปรโมตเน้นสไตล์เสื้อผ้าที่สุขภาพดี คล่องแคล่ว สบาย ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคในพื้นที่

ที่มา:TikTok
สำหรับตลาดเม็กซิโกที่มีความต้องการด้านความงามที่แตกต่างกันในกลุ่มคนรุ่นใหม่บัญชี TikTok @urbanic_mx ของ Urbanic เน้นโปรโมตเสื้อผ้าสไตล์ล้ำสมัยและแฟชั่น ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ในพื้นที่ที่ชื่นชอบเทรนด์ใหม่ๆ
ปัจจุบันบัญชีนี้มีผู้ติดตามสะสม173,300 คน ยอดไลค์ 18,900 ครั้ง
กลยุทธ์การโปรโมตแบบโลคัลที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่นี้ ช่วยลดช่องว่างระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้ สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด และเปลี่ยนผู้บริโภคในพื้นที่ให้กลายเป็นลูกค้าของ Urbanic

ที่มา:TikTok
นอกจากการดำเนินงานบัญชีแบบแบ่งเขตแล้วUrbanic ยังร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่เพื่อโปรโมตร่วมกัน
เช่น ในตลาดบราซิล แบรนด์ได้ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ TikTok @sthe_viick ที่มีผู้ติดตาม 875,200 คน เพื่อถ่ายวิดีโอรีวิวการใส่เสื้อผ้าใหม่ของ Urbanic

ที่มา:TikTok
ในวิดีโอ อินฟลูเอนเซอร์sthe_viick เลือกชุดใหม่ของ Urbanic ตามสไตล์ที่ตัวเองชอบ และโชว์ผลลัพธ์หลังใส่ให้ผู้ใช้ดู
จากข้อมูลของแพลตฟอร์ม วิดีโอโฆษณานี้มีผลตอบรับที่ดีมาก ปัจจุบันยอดวิว TikTok นี้ทะลุหลักล้าน ยอดไลค์ 76,400 ครั้ง
ผู้ใช้จำนวนมากสนใจสไตล์การแต่งตัวและสอบถามวิธีซื้อในช่องคอมเมนต์:
“เสื้อลูกไม้ตัวนั้นมาจากไหน คุณสวยมากค่ะ”
“ฉันหาเสื้อผ้าเหล่านี้ไม่เจอเลย ขอทราบว่าซื้อได้ที่ไหน?”
จะเห็นได้ว่าวิดีโอโฆษณาที่อินฟลูเอนเซอร์ในพื้นที่ลองใส่เองนั้นได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ในพื้นที่ได้ง่ายกว่า

ที่มา:TikTok
YouTube: รีวิวมืออาชีพ สร้างความเชื่อมั่น
บนYouTube Urbanic ก็ร่วมมือกับบล็อกเกอร์สายแฟชั่นเช่นกัน แต่เนื้อหาวิดีโอจะแตกต่างจาก TikTok โดยนอกจากแชร์สไตล์การแต่งตัวแล้ว ยังมีรีวิวสินค้าอย่างละเอียดด้วย
บล็อกเกอร์สายแฟชั่น shivani kapoor ที่มีผู้ติดตาม 123,000 คน เป็นหนึ่งในผู้ร่วมงานกับ Urbanic โดยได้ถ่ายวิดีโอรีวิวกางเกงยีนส์หลายรุ่นของ Urbanic อย่างละเอียด
ปัจจุบันวิดีโอนี้มีผู้ชมแล้ว32,000 ครั้ง
ในวิดีโอนี้ บล็อกเกอร์shivani kapoor โชว์ผลลัพธ์หลังใส่กางเกงยีนส์แต่ละตัว พร้อมอธิบายรายละเอียดเรื่องเนื้อผ้า ทรง และรูปร่างที่เหมาะสม

ที่มา:YouTube
ใต้คลิปมีผู้ใช้จำนวนมากแสดงความคิดเห็นว่าการแชร์แบบนี้มีประโยชน์มาก:
“กางเกงยีนส์ดูดีมากเมื่อใส่กับคุณ คุณคือแรงบันดาลใจของฉัน”
“ตัวเลือกของคุณยอดเยี่ยมเสมอ ฉันจะนำไปเป็นแนวทางด้วย”
“คุณไม่รู้เลยว่าการแชร์ของคุณช่วยฉันได้มากแค่ไหน คุณคือหนึ่งในบล็อกเกอร์ YouTube ที่ฉันชอบที่สุด”

ที่มา:YouTube
จากคอมเมนต์จริงเหล่านี้จะเห็นได้ว่า วิดีโอแชร์สไตล์การแต่งตัวแบบรีวิวจริงมีคุณค่าในการอ้างอิงสำหรับผู้ใช้เป้าหมาย และช่วยกระตุ้นการซื้อได้มาก
สร้างเว็บไซต์อิสระ: เพิ่มอำนาจควบคุมแบรนด์
นอกจากการใช้โซเชียลมีเดียโปรโมตแบรนด์แล้วUrbanic ยังให้ความสำคัญกับการสร้างช่องทางขาย โดยสร้างเว็บไซต์อิสระในต่างประเทศ ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อได้โดยตรงในเว็บไซต์ ลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของบุคคลที่สาม
เว็บไซต์อิสระของ Urbanic ออกแบบเรียบง่าย สินค้าแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน สะดวกต่อการค้นหา และยังปรับดีไซน์เว็บไซต์ตามสินค้าหลักในแต่ละฤดูกาลแบรนด์นี้ยังปรับสไตล์เว็บไซต์ตามสินค้าหลักในแต่ละฤดูกาลอีกด้วย
เช่น ตอนนี้สินค้าหลักคือซีรีส์ลายตารางสีดำแดง เว็บไซต์อิสระก็ใช้สไตล์เรียบง่ายเพื่อเน้นอัตลักษณ์แบรนด์

ที่มา:Urbanic
นอกจากนี้Urbanic ยังเพิ่มหมวดสังคมสงเคราะห์ในเว็บไซต์อิสระ เพื่อเชื่อมโยงและถ่ายทอดความรู้สึกกับผู้ใช้
เช่น ร่วมมือกับมูลนิธิ Earth Angel จัดโครงการสอนภาษาอังกฤษให้เด็กและเยาวชนในชุมชนชายขอบเมืองอินเดีย เพื่อช่วยพัฒนาทักษะชีวิต
การถ่ายทอดความรับผิดชอบต่อสังคมเช่นนี้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกถึงความอบอุ่นของแบรนด์ เพิ่มความรู้สึกดีต่อแบรนด์ หากเพื่อนๆ ที่เป็นเจ้าของธุรกิจกำลังคิดจะสร้างเว็บไซต์อิสระในต่างประเทศ ก็น่าศึกษาและนำไปใช้

ที่มา:Urbanic
ข้อคิดสำหรับแบรนด์ในประเทศ: ตลาดเกิดใหม่ควรลงทุนระยะยาว
จากกรณีของUrbanicเราสามารถสรุปได้ว่าการขยายตลาดต่างประเทศไม่ได้มีแค่เส้นทางยุโรปและอเมริกาเท่านั้น
ตลาดเกิดใหม่มีศักยภาพการบริโภคสูง และการแข่งขันค่อนข้างผ่อนคลาย เหมาะสำหรับแบรนด์ขนาดกลางและเล็กในการหาช่องทางเติบโต
สำหรับธุรกิจในประเทศที่ต้องการขยายตลาดต่างประเทศแทนที่จะดิ้นรนในตลาดแดงเดือด ควรหันไปมองตลาดเกิดใหม่ที่กำลังเติบโตบางทีคุณอาจจะเป็น“Urbanicคนต่อไปก็ได้!


