ในยุคที่ต้นทุนทราฟฟิกสูงขึ้นเรื่อยๆ และผู้ใช้ก็เลือกมากขึ้น โฆษณาแบบแข็งก็ไม่เพียงแต่มีต้นทุนสูง ผลลัพธ์ยังลดลงอย่างมากอีกด้วย

โดยเฉพาะแพลตฟอร์มที่เน้นเนื้อหาเป็นหลักอย่างTikTok ผู้ใช้ไม่ได้เข้ามาเพื่อดูโฆษณา,แต่เข้ามาเพื่อเสพเนื้อหา หาความรู้สึกที่ตรงใจ และค้นหาแรงบันดาลใจ

ถ้าไม่ทำโฆษณาแข็ง จะดึงดูดลูกค้าเป้าหมายด้วย“คุณค่าเนื้อหา” ได้อย่างไร?

คำตอบมีแค่ 4 คำ: มอบคุณค่า

ไม่ใช่การขายสินค้า แต่เป็นการแก้ปัญหา; ไม่ใช่การเน้นสเปค แต่เป็นการเล่าเรื่อง; ไม่ใช่การหวังดังชั่วข้ามคืน แต่เป็นการสร้างความไว้วางใจอย่างต่อเนื่อง

ต่อไปนี้เราจะใช้กรณีศึกษาจริงจาก 4 แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อถอดรหัสวิธีสร้างคุณค่าเนื้อหาบน TikTok

 

แหล่งภาพ: อินเทอร์เน็ต

สื่อสารแบบโลคอล ทำเนื้อหา“ใกล้ชิดวัฒนธรรม”

ถ้าอยากขายสินค้าบนTikTok จำไว้ว่าอย่าโพสต์แค่สินค้า แต่ให้โพสต์ “สถานการณ์” ที่ผู้ใช้สนใจ ผ่านเนื้อเรื่องสั้นๆ, ทิปเล็กๆ, ประเด็นโต้ตอบ ให้สินค้าเป็นส่วนหนึ่งของทางแก้ปัญหา ไม่ใช่ตัวหลักในการขาย

Oclean บน TikTok ไม่ได้พูดทันทีว่า “แปรงสะอาด เสียงเบา คุ้มค่า” แต่ฝังสินค้าไว้ในฉากชีวิตจริง

เช่นในบัญชีฟินแลนด์@oclean.pl พวกเขาโพสต์ว่า:

“คุณเก็บแปรงสีฟันอย่างไร?”

“คุณสนใจส่วนไหนของเพศตรงข้าม? (ใบ้ฟัน)”

“ทำอย่างไรให้ฟันขาวขึ้น?”

เนื้อหาเหล่านี้ดูเหมือนไม่เกี่ยวกับสินค้า แต่เจาะจุดที่ผู้ใช้สนใจในชีวิตประจำวันอย่างแม่นยำ ผ่านเนื้อเรื่องสั้นๆ ทิปเล็กๆ แสดงฟังก์ชั่นสินค้าแบบ “เล่น” ออกมา ไม่ใช่ “พูด” ออกมา

 

แหล่งภาพ:TikTok

ผูกกับไลฟ์สไตล์ ทำเนื้อหา“มีทัศนคติ”

ถ้าคุณมี IP ผู้ก่อตั้งหรือแบรนด์ส่วนตัว อย่าเก็บไว้เบื้องหลัง,ใช้ประสบการณ์จริงแทนสคริปต์โฆษณา ใช้ความอบอุ่นของ “คน” สร้างความไว้วางใจในแบรนด์

แม้ไม่มี IP ก็สามารถใช้ประสบการณ์จริงของอินฟลูเอนเซอร์มาพูดแทนได้

Emma ผู้ก่อตั้ง Chamberlain Coffee เป็นอินฟลูเอนเซอร์อยู่แล้ว แต่เธอไม่ได้ขายสินค้าตรงๆ บน TikTok แต่ยังคงสไตล์จริงใจ แชร์ชีวิตประจำวันการดื่มกาแฟ กระบวนการทำ หรือแม้แต่รีแอคชั่นจริงต่อการลองสินค้าใหม่

พร้อมกันนี้ แบรนด์ยังร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สายไลฟ์สไตล์จำนวนมาก กระตุ้นให้รีวิวจริง——พูดทั้งข้อดีข้อเสีย กลับยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ

 

แหล่งภาพ:TikTok

ส่งออกค่านิยม ทำเนื้อหา共鸣ที่สร้างความรู้สึกร่วม

อย่าเน้นแค่ฟังก์ชั่น แต่ต้องบอกว่าทำไมผู้ใช้ถึงต้องการมัน โดยเฉพาะหมวดการศึกษา แม่และเด็ก สุขภาพ ความรู้สึกร่วมมักสำคัญกว่าข้อมูลทางเทคนิค

YOTO เป็นลำโพงเด็กไร้จอ พวกเขาไม่ได้พูดถึงเทคโนโลยีบน TikTok แต่เจาะจุดเจ็บของพ่อแม่ที่ “กลัวลูกดูจอนานเกินไป”ปัญหา

เนื้อหาวิดีโอส่วนใหญ่แสดงให้เห็นว่าเด็กใช้YOTO ฟังนิทาน เรียนรู้ความรู้ได้อย่างอิสระ พ่อแม่ “ว่างมือ” เนื้อหาแบบนี้กระตุ้นความรู้สึกร่วมของพ่อแม่ได้ง่าย แม้แต่ผู้ใหญ่หลายคนยังคอมเมนต์ว่า “ฉันก็อยากใช้เอง”

พวกเขายังร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์แม่และเด็ก เช่น@aprilnlynch (คุณแม่คนหนึ่ง) แสดงฟังก์ชั่นสินค้าในฉากเลี้ยงลูกจริง ยอดวิววิดีโอเกิน 820,000 ครั้ง

 

แหล่งภาพ:TikTok

ผสมผสานกับสถานการณ์ ทำเนื้อหา“มีประโยชน์”

ถ้าคุณทำสินค้ากลุ่มเฉพาะ ให้ลงลึกเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ในสายงานนั้น,สอนผู้ใช้วิธีใช้ วิธีเลือก วิธีเล่น ให้รู้สึกว่าติดตามคุณแล้ว“ได้ความรู้” ก็จะเชื่อมั่นในสินค้าของคุณเอง

เนื้อหา TikTok ของ Piscifun แทบไม่มีโฆษณาเลย แต่เน้นโพสต์ภาพจริงการตกปลา: ปลาตัวใหญ่ติดเบ็ด, เทคนิคใช้อุปกรณ์, การตกปลานอกสถานที่ ฯลฯ

เนื้อหาแบบนี้สำหรับคนรักตกปลาคือความรู้จริง พวกเขายินดีดูจนจบ กดไลค์ เก็บไว้ หรือแชร์ให้เพื่อน บัญชี@piscifunfishing สะสมผู้ติดตาม 1.2 ล้านคน ยอดวิวรวม 730 ล้านครั้งด้วยเนื้อหาแบบนี้

นอกจากนี้ยังร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สายเฉพาะ เช่น@AdVentureBro ผ่านเนื้อหารีวิวและสอน ยิ่งตอกย้ำความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในวงการมืออาชีพ

ในสายงานเฉพาะ เนื้อหายิ่งมืออาชีพ ยิ่งดึงดูดผู้ใช้เป้าหมาย ไม่ต้องกลัวเนื้อหา “แห้ง” คนที่พร้อมซื้อจริงๆ ต้องการความรู้แบบนี้

 

แหล่งภาพ:TikTok

ไม่ทำโฆษณาแข็ง แล้วควรทำเนื้อหาแบบไหน?

การปฏิเสธโฆษณาแข็ง ไม่ได้หมายถึงปฏิเสธการตลาด

แต่เป็นการดึงดูดลูกค้าเป้าหมายที่ยอมรับแนวคิดแบรนด์และมีความต้องการซื้อ ผ่านเนื้อหาที่มีคุณค่าจริงๆ

ไม่ว่าจะผสมผสานกับชีวิตท้องถิ่น สร้างความรู้สึกร่วม หรือใช้พลังอินฟลูเอนเซอร์ขยายอิทธิพล แนวคิดหลักคือ: ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ถ่ายทอดคุณค่าผ่านเนื้อหา สร้างความไว้วางใจด้วยคุณค่า

ปัจจุบันTikTok ได้กลายเป็นฐานสำคัญสำหรับแบรนด์ที่ต้องการออกสู่ตลาดต่างประเทศ แต่มีเพียงแบรนด์ที่ตั้งใจสร้างเนื้อหาและเข้าใจผู้ใช้เท่านั้น ที่จะได้กำไรอย่างต่อเนื่องในการแข่งขันทราฟฟิกนี้

ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่ม ตอนนี้คือเวลาที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น