เมื่อแบรนด์ Tuke หลายรายต่างแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงตลาดผู้ใช้วัยรุ่น แบรนด์ Tuke จากเซินเจิ้น ประเทศจีน กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่าง ไม่ตามกระแสเพื่อแย่งชิงผู้บริโภควัยรุ่น แต่หันไปให้ความสนใจกับตลาดผู้สูงอายุในสหรัฐอเมริกาแทน

แบรนด์นั้นก็คือVelotric

 

ที่มาของภาพ:Velotric

จากจักรยานสาธารณะถึงTuke:เรื่องราวการเริ่มต้นของ Velotric

ตามรายงานVelotric เป็นแบรนด์ Tuke จากเซินเจิ้นที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน 2021

ผู้ก่อตั้งคือAdam Zhang เคยเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Lime ในช่วงที่ทำงานกับ Lime เขาได้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการจักรยานไฟฟ้าสาธารณะนับล้านคันทั่วโลก และได้เห็นการเติบโตของบริษัทจนมีมูลค่ากว่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ

หลังจากออกจากLime และพักหนึ่งปี Adam Zhang ก็ได้ก่อตั้งแบรนด์ Velotric อย่างเป็นทางการ

แบรนด์นี้ไม่ได้ตามกระแสหลักของอุตสาหกรรมเพื่อแย่งชิงผู้ใช้วัยรุ่นในอเมริกาเหนือ แต่หันไปให้ความสนใจกับกลุ่มผู้สูงอายุวัย 50-70 ปี

กลุ่มนี้มีประมาณ55 ล้านคน หลายคนอาศัยอยู่ในชานเมือง เป็นชนชั้นกลางที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง มีเวลาว่างมาก และมีความต้องการจักรยานไฟฟ้าอย่างชัดเจน

แต่เนื่องจากร่างกายเริ่มเสื่อมถอย พวกเขาจึงออกกำลังกายหนักไม่ได้ แต่ก็ยังต้องการเคลื่อนไหวในระดับที่เหมาะสมเพื่อรักษาสุขภาพและใกล้ชิดธรรมชาติ

จากข้อมูลเชิงลึกนี้Velotric จึงตัดสินใจมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ Tuke ที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุในอเมริกาเหนือ

 

ที่มาของภาพ:Velotric

ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยประสบการณ์ผู้ใช้!

เดือนเมษายน 2022 ผลิตภัณฑ์ Tuke รุ่นแรกของ Velotric เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็ทำยอดขาย GMV เกิน 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในปีเดียวกัน เมื่อเปิดเว็บไซต์อิสระ ยอดขาย GMV ก็พุ่งถึง 15 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 100 ล้านหยวน) ภายใน 7 เดือน กลายเป็นแบรนด์ Tuke ที่เติบโตเร็วที่สุดในตลาดอเมริกาเหนือ

 

ที่มาของภาพ:Velotric

คอนเทนต์ทะลุวงการ:ใช้Tuke Marketingเพื่อสร้างความประทับใจให้ผู้ใช้

การจะครองใจผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพ แต่ถ้าไม่โปรโมทแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก จะมีชื่อเสียงได้อย่างไร?

ดังนั้นVelotric จึงเลือก Tuke เป็นช่องทางการตลาดหลักของแบรนด์และโปรโมทผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

บนTuke พวกเขาร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สายตรงหลายคนเพื่อโปรโมท โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบหลัก

รูปแบบแรกคือรีวิวแกะกล่องตามปกติ

อินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยี Tuke @colinwasson ที่มีผู้ติดตาม 283,000 คน ได้ถ่ายวิดีโอแกะกล่อง/ใช้งานผลิตภัณฑ์ Tuke ของ Velotricแบรนด์ของTuke

 

ที่มาของภาพ:Tuke

ในวิดีโอ colinwasson ได้โชว์ขั้นตอนการแกะกล่องและประกอบอย่างครบถ้วน ภายในเวลาเพียง 38 วินาที เน้นจุดขายหลัก "ใช้งานง่าย ลื่นไหล" และนำเสนอข้อดีของผลิตภัณฑ์อย่างรวดเร็ว

วิธีนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบกระชับนี้ ตรงกับพฤติกรรมการดูคอนเทนต์ของผู้ใช้ในอเมริกาเหนือบนโซเชียลมีเดีย——กระชับ ชัดเจน เน้นจุดสำคัญ ให้ผู้ชมได้รับข้อมูลสำคัญในเวลาสั้นที่สุด

แม้จำนวนผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์จะไม่มากนัก แต่หลังจากโพสต์วิดีโอก็ได้ผลตอบรับเกินคาด ปัจจุบันวิดีโอนี้มียอดชมทะลุ1.4 ล้านครั้ง!

 

ที่มาของภาพ:Tuke

รูปแบบที่สองคือคอนเทนต์แนวไลฟ์สไตล์

เช่นอินฟลูเอนเซอร์สายวิ่งกลางแจ้ง Tuke @thepositiverunnerที่มีผู้ติดตาม 14,300 คน ได้ถ่ายวิดีโอชีวิตประจำวันกับภรรยาเพื่อโปรโมทVelotricแบรนด์ของTuke

 

ที่มาของภาพ:Tuke

ในวิดีโอ ภรรยาขี่จักรยานไฟฟ้า Velotric แซงสามีที่วิ่งอย่างง่ายดาย อินฟลูเอนเซอร์ยังเขียนแคปชั่นขำๆ ว่า “ตอนแรกอยากให้เธอมาวิ่งด้วยกัน สุดท้ายเธอขี่จักรยานทิ้งฉันไปไกลเลย”

คอนเทนต์แนวครอบครัวแบบนี้ทำให้ผู้ใช้จำนวนมากคลิกดู และยังช่วยกระตุ้นให้เกิดคำถามจากผู้ใช้โดยตรง:“ราคาเท่าไหร่? สั่งซื้อที่ไหน?”

 

ที่มาของภาพ:Tuke

การประสานช่องทาง:เว็บไซต์อิสระออนไลน์และเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายออฟไลน์

เมื่อมีโซเชียลมีเดียดึงผู้ใช้เป้าหมายเข้ามาแล้ว หากต้องการเปลี่ยนเป็นยอดขาย ช่องทางจำหน่ายก็ต้องแข็งแกร่งเช่นกัน

เพื่อสิ่งนี้Velotricแบรนด์เลือกใช้กลยุทธ์ออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่กัน

ด้านออนไลน์ พวกเขาได้สร้างเว็บไซต์อิสระต่างประเทศตั้งแต่ปี 2022

การออกแบบเว็บไซต์คำนึงถึงพฤติกรรมการซื้อของผู้สูงอายุหน้าแรกเน้น“ตัวเลือกยอดนิยมของนักขี่” และ “คุ้มค่าที่สุด” พร้อมแสดงโปรโมชั่นจำกัดเวลาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เลือกสินค้าได้รวดเร็ว

 

ที่มาของภาพ:Velotric

นอกจากนี้ในเว็บไซต์ยังมีโซนรีวิวจากผู้ใช้จริงรวบรวมรีวิวจริง 1,694 รายการช่วยลดความกังวลของผู้ใช้เป้าหมายและเร่งการตัดสินใจซื้อ

 

ที่มาของภาพ:Velotric

ด้านออฟไลน์ ตั้งแต่ปี 2023 Velotric ก็เริ่มเข้าสู่ช่องทางออฟไลน์ในอเมริกาเหนือ

จนถึงปี2025 ได้สร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายจักรยานอิสระ (IBD) กว่า 1,200 แห่งทั่วสหรัฐฯ และรายได้จากช่องทางออฟไลน์ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์

 

ที่มาของภาพ:Google

บทสรุป

เห็นไหม ตลาดต่างประเทศมีเรื่องเซอร์ไพรส์เสมอ!

เรื่องราวของ Velotric สอนให้รู้ว่า บางครั้งโอกาสทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดก็ซ่อนอยู่ในมุมที่คนอื่นมองข้าม กลุ่มที่ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มเฉพาะทาง มักมีศักยภาพในการใช้จ่ายที่น่าทึ่ง

แต่การค้นพบโอกาสเป็นเพียงก้าวแรก หากต้องการเจาะตลาดต่างประเทศจริงๆ ต้องทำเหมือนVelotric ใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการตลาด... ทุกขั้นตอนต้องตอบโจทย์ผู้ใช้เป้าหมาย

จำไว้ เมื่อคุณเข้าใจผู้ใช้จริงๆ ความสำเร็จก็จะตามมาเอง!