ในยุคดิจิทัลปัจจุบัน การค้าข้ามพรมแดนอิเล็กทรอนิกส์กลายเป็นช่องทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการขยายตลาดต่างประเทศ และ TikTok ในฐานะแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียระดับโลก มีกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพมหาศาล ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากขึ้นเลือกเปิดร้านค้าของตนเองบน TikTok บทความนี้จะนำเสนอขั้นตอนการเปิดร้านบน TikTok และค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจเคล็ดลับการค้าอิเล็กทรอนิกส์บน TikTok ได้อย่างรวดเร็ว!

1. การลงทะเบียนร้านค้า

1.1 เลือกประเภทร้านค้า:

ผู้ประกอบการสามารถเลือกเปิดร้านค้าข้ามพรมแดนหรือร้านค้าท้องถิ่นตามความต้องการของตนเอง ในสหรัฐอเมริกาและอินโดนีเซีย ปัจจุบันรองรับเฉพาะร้านค้าท้องถิ่นเท่านั้น ส่วนในสหราชอาณาจักร ไทย เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ผู้ประกอบการสามารถเลือกเปิดร้านค้าท้องถิ่นหรือร้านค้าข้ามพรมแดนได้

การเลือกร้านค้า TikTok

1.2 การรับรองคุณสมบัติ:

ผู้ประกอบการต้องเตรียมเอกสารคุณสมบัติที่เกี่ยวข้อง เช่น หมายเลขโทรศัพท์มือถือสหรัฐอเมริกา อีเมลต่างประเทศ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัท หมายเลขประกันสังคมของนิติบุคคล หรือหมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา เป็นต้น สำหรับร้านค้า ACCU ในสหรัฐอเมริกา ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านยอดขายและเงื่อนไขการจัดส่งจากคลังต่างประเทศ

1.3 การลงทะเบียนบัญชี:

ใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือในประเทศหรือต่างประเทศและอีเมลลงทะเบียนบน TikTokShop บัญชีสามารถใช้ร่วมกับบัญชี TikTokShop หรือ TikTokForBusiness ได้

การลงทะเบียนบัญชี TikTok

1.4 การเลือกตลาดและการกรอกข้อมูลบริษัท:

ในการเลือกตลาด ให้เลือกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากนั้นเลือกการสมัครทั่วไป (หมายเหตุ: การสมัครด้วยรหัสเชิญต้องมีคำเชิญ)

จากนั้นเลือกที่ตั้งของนิติบุคคลบริษัทตามตัวเลือกที่มี จากนั้นดำเนินการรับรองคุณสมบัติ ซึ่งรวมถึงคุณสมบัติของบริษัท (ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ) คุณสมบัติของนิติบุคคล และประสบการณ์บนแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เป็นต้น

การเลือกตลาดเปิดร้าน TikTok

1.5 การกรอกข้อมูลพื้นฐานของร้านค้า

ซึ่งรวมถึงชื่อร้านค้า (ต้องเป็นภาษาอังกฤษและไม่ซ้ำกันทั่วทั้งเครือข่าย) การเลือกหมวดหมู่หลัก (บัญชีผู้ประกอบการหนึ่งบัญชีรองรับการเลือกหมวดหมู่หลักเพียงหมวดหมู่เดียว บัญชีนี้สามารถเผยแพร่สินค้าเฉพาะในหมวดหมู่หลักบนทุกไซต์ประเทศ) และการเลือกข้อมูลคลังสินค้า เป็นต้น

1.6 การส่งตรวจสอบ:

หลังจากเสร็จสิ้นการรับรองคุณสมบัติ ให้กรอกข้อมูลพื้นฐานของร้านค้าและส่งตรวจสอบ ระยะเวลาการตรวจสอบประมาณ 3 ถึง 10 วันทำการ

2. การตั้งค่าพื้นฐานของร้านค้า

2.1 ที่อยู่คลังจัดส่งและคลังส่งคืน:

ใน บัญชีของฉัน >> ข้อมูลผู้ขาย >> ที่อยู่คลังสินค้า ให้ตั้งค่าที่อยู่คลังจัดส่งและคลังส่งคืนที่ถูกต้องและละเอียด

การกรอกที่อยู่จัดส่งและส่งคืนร้านค้า TikTok

2.2 การผูกบัญชีชำระเงิน:

แพลตฟอร์มการชำระเงินของบุคคลที่สามของ TikTokShop คือ Payoneer ผู้ประกอบการต้องลงทะเบียนและผูกบัญชีชำระเงินด้วยตนเอง Payoneer มีบัญชีสองประเภทคือ บัญชีบุคคลธรรมดาและบัญชีนิติบุคคล เมื่อถอนเงินสามารถเลือกถอนไปยังบัญชีธนาคารของบริษัทหรือบัญชีธนาคารส่วนตัวของนิติบุคคลได้

การผูกบัญชีชำระเงิน

2.3 การตั้งค่า IM ฝ่ายบริการลูกค้า:

ตั้งค่าระบบ IM สำหรับการสื่อสารก่อนการขายและบริการหลังการขายเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดอัตราการตอบสนอง 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุตัวชี้วัดข้างต้น ขอแนะนำอย่างยิ่งให้เปิดใช้งานข้อความทักทายใน IM หลังบ้าน รวมถึงข้อความต้อนรับและบัตรคำถามที่พบบ่อย เส้นทางการตั้งค่าดังนี้:

คลิก IM ฝ่ายบริการลูกค้าออนไลน์ — เลือกข้อความทักทาย — เปิดข้อความต้อนรับและบัตรคำถามที่พบบ่อย (แนะนำให้แก้ไขและเลือกคำถามที่พบบ่อยด้วยตนเอง)

การตั้งค่าข้อความทักทาย IM ฝ่ายบริการลูกค้า

การตั้งค่าข้อความต้อนรับ IM ฝ่ายบริการลูกค้า

3. การอัปโหลดสินค้าและการกำหนดราคา

3.1 การทำความเข้าใจกฎระเบียบสินค้า:

แต่ละประเทศมีข้อห้ามเกี่ยวกับสินค้าที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามกฎระเบียบสินค้าในภูมิภาคที่ร้านค้าตั้งอยู่

3.2 กลยุทธ์การกำหนดราคาสินค้า:

สูตรคำนวณราคาแสดงผลท้องถิ่นของสินค้าทั่วโลกคือ (ราคาก่อนภาษี + ต้นทุนโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน) * (1 + อัตรา VAT) โดยที่ราคาก่อนภาษี = ต้นทุนสินค้า + กำไร + ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม ฯลฯ

กฎการกำหนดราคาสินค้าร้านค้า TikTok

ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการเปิดร้านบน TikTok ประกอบด้วย 4 ส่วนหลักดังนี้:

(1) เงินประกัน:

ผู้ประกอบการต้องชำระเงินประกันตามข้อกำหนดของ TikTokShop จำนวนเงินที่แน่นอนจะแตกต่างกันไปตามประเภทร้านค้าและภูมิภาคที่ตั้ง

(2) ค่าคอมมิชชันแพลตฟอร์ม:

TikTokShop จะเรียกเก็บค่าคอมมิชชันตามสัดส่วนจากทุกธุรกรรม สัดส่วนที่แน่นอนต้องตรวจสอบตามนโยบายล่าสุดของแพลตฟอร์ม

(3) ค่าธรรมเนียมการชำระเงิน:

เมื่อใช้แพลตฟอร์มการชำระเงินของบุคคลที่สาม เช่น Payoneer จะมีค่าธรรมเนียมการถอนเงินและค่าธรรมเนียมการดำเนินการ

(4) ต้นทุนโลจิสติกส์:

รวมถึงต้นทุนโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนจากการขนส่งสินค้าจากคลังกระจายสินค้าภายในประเทศไปยังคลังท้องถิ่น และค่าขนส่งระยะสุดท้ายที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ควรทราบคือ ขั้นตอนการเปิดร้านและค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนแปลงไปตามการอัปเดตนโยบายของแพลตฟอร์ม ดังนั้นผู้ประกอบการต้องติดตามข่าวสารล่าสุดของ TikTokShop อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ทันเวลา นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์บน TikTok และใช้รูปแบบวิดีโอสั้นและการถ่ายทอดสดเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และยอดขาย