ในยุคที่วิดีโอสั้นกำลังได้รับความนิยม TikTok ได้กลายเป็นขุมทรัพย์สำหรับการโปรโมตแบรนด์ การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ช่วยให้ธุรกิจและร้านค้าสามารถเพิ่มการรับรู้แบรนด์และยอดขายได้อย่างรวดเร็ว

วันนี้เราจะมาพูดคุยกันว่าจะติดต่อกับอินฟลูเอนเซอร์ TikTok อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไรและร่วมมือกันขายสินค้าให้ประสบความสำเร็จ

01 เลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้ถูกคนสำคัญมาก

ก่อนอื่น คุณต้องรู้ว่าผลิตภัณฑ์ของคุณขายให้ใคร แล้วจึงเลือกอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ โดยการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ติดตามของอินฟลูเอนเซอร์ เช่น อายุ เพศ และความสนใจ คุณจะสามารถเลือกคู่ค้าที่เหมาะสมได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากสินค้าของคุณคือผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ก็ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ชอบแชร์เนื้อหาเกี่ยวกับความงามและการดูแลผิว ไม่ใช่อินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยี เพราะกลุ่มเป้าหมายต่างกัน ผลลัพธ์ก็จะไม่ดี

นอกจากนี้ การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ไม่ควรดูแค่จำนวนผู้ติดตามเท่านั้น อินฟลูเอนเซอร์ที่มีแต่ยอดผู้ติดตามอย่างเดียวไม่พอ ยังต้องดูอัตราการมีส่วนร่วม ยอดวิววิดีโอ และผลงานการขายที่ผ่านมาอีกด้วย

ข้อมูลเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ใน Post for Rent หรือHypeAuditorเพื่อช่วยให้คุณเข้าใจอิทธิพลที่แท้จริงของอินฟลูเอนเซอร์อย่างรอบด้าน และตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น

ที่มา: Post for Rent

02 ส่งคำเชิญความร่วมมือ

TikTok ต่างประเทศกับ Douyin ในจีนไม่เหมือนกัน ในจีนอาจจะติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ได้ง่าย แค่คอมเมนต์หรือส่งข้อความส่วนตัวใต้คลิป แล้วก็แลกเปลี่ยนช่องทางติดต่อกันได้เลย ต่อรองราคาได้ทันที

แต่ในต่างประเทศ ด้วยความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม วิธีแบบจีนอาจใช้ไม่ได้ผล และบางทีอินฟลูเอนเซอร์อาจไม่รู้จักแบรนด์หรือสินค้าของคุณเลยด้วยซ้ำ

ดังนั้น ก่อนติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ ควรเตรียมจดหมายเชิญที่ละเอียด โดยในจดหมายควรมีเนื้อหาดังนี้:

แนะนำตัวเอง: แนะนำแบรนด์และสินค้าของคุณอย่างกระชับ

วัตถุประสงค์ของความร่วมมือ: อธิบายว่าคุณต้องการบรรลุเป้าหมายอะไรจากความร่วมมือ เช่น เพิ่มการรับรู้แบรนด์หรือยอดขาย เป็นต้น

รูปแบบความร่วมมือ: อธิบายรายละเอียดว่าต้องการความร่วมมือแบบไหน เช่น โปรโมตผ่านวิดีโอสั้น TikTok ไลฟ์สดขายของ หรือรูปแบบอื่นๆ และจำนวนครั้งที่ต้องการโปรโมต

ผลตอบแทนจากความร่วมมือ: ระบุชัดเจนถึงสิทธิประโยชน์และค่าตอบแทน เช่น ค่าคอมมิชชั่น การทดลองใช้สินค้า เป็นต้น

เมื่อร่างจดหมายเชิญเสร็จแล้ว ก็สามารถติดต่ออินฟลูเอนเซอร์ได้เลย อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ส่วนใหญ่จะทิ้งช่องทางติดต่อไว้ในโปรไฟล์ สามารถติดต่อผ่านอีเมลหรือส่งข้อความส่วนตัวโดยตรงก็ได้ ขณะส่งคำเชิญควรเขียนให้กระชับ ชัดเจน และแสดงความจริงใจในการร่วมมือ

03 วางแผนความร่วมมือ

เมื่อได้ข้อตกลงเบื้องต้นแล้ว ต้องหารือรายละเอียดกับอินฟลูเอนเซอร์เกี่ยวกับเนื้อหาคลิป ความคิดสร้างสรรค์ เวลาที่จะโพสต์ และสินค้าที่จะโปรโมต ฯลฯ

การหารือเหล่านี้เพื่อให้แน่ใจว่าวิดีโอที่อินฟลูเอนเซอร์ TikTok ผลิตและเผยแพร่ออกมานั้น มีเนื้อหา สไตล์ และรูปแบบที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ สามารถเพิ่มการรับรู้แบรนด์และสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้กับแบรนด์ ไม่เช่นนั้นความร่วมมือก็จะไม่มีความหมาย

นอกจากนี้ ควรจัดทำตารางเวลาความร่วมมืออย่างละเอียด ครอบคลุมทุกขั้นตอน เช่น การถ่ายทำวิดีโอ ตัดต่อ ตรวจสอบ และเผยแพร่ เพื่อให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างราบรื่น

ควรเลือกเวลาที่เหมาะสมในการเผยแพร่วิดีโอ เพื่อให้ได้การเปิดรับสูงสุด

แน่นอนว่าในกระบวนการร่วมมือ เรื่องค่าคอมมิชชั่นก็เป็นประเด็นสำคัญ ต้องรักษามารยาทของตัวเอง เช่น ไม่ถูกโกง และต้องมั่นใจว่าค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายไปจะทำให้อินฟลูเอนเซอร์ทุ่มเทให้กับเรา เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ยุติธรรมและสมเหตุสมผล

ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายควรเจรจาตามรูปแบบความร่วมมือและผลลัพธ์ที่คาดหวัง โดยทั่วไปอัตราค่าคอมมิชชั่นจะขึ้นอยู่กับอิทธิพล ฐานผู้ติดตาม และคุณภาพเนื้อหาของอินฟลูเอนเซอร์

04 เซ็นสัญญา

หลังจากตกลงความร่วมมือแล้ว ต้องเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการเพื่อระบุสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายให้ชัดเจน ซึ่งเป็นทั้งข้อผูกมัดกับอินฟลูเอนเซอร์และการปกป้องผลประโยชน์ของเราในเชิงลึก

ในการร่างสัญญา สามารถระบุเนื้อหาต่อไปนี้:

เงื่อนไขความร่วมมือ: ระบุสิทธิและหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายอย่างละเอียด รวมถึงระยะเวลาความร่วมมือ ข้อกำหนดเนื้อหา และขั้นตอนการตรวจสอบ

เงื่อนไขการชำระเงิน: ระบุวิธีการชำระเงิน เวลาชำระเงิน และอัตราค่าคอมมิชชั่นให้ชัดเจน

ข้อตกลงการรักษาความลับ: กำหนดหน้าที่ในการรักษาความลับของเนื้อหาความร่วมมือและความลับทางธุรกิจของทั้งสองฝ่าย

ความรับผิดชอบกรณีผิดสัญญา: ระบุวิธีการจัดการในกรณีผิดสัญญา เพื่อคุ้มครองสิทธิของทั้งสองฝ่าย

เมื่อดำเนินการถึงขั้นตอนนี้ ความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ก็ถือว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ในกระบวนการดำเนินงานต่อไปยังต้องใส่ใจประเด็นต่างๆ

เช่น การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคและไม่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ; ติดตามและประเมินผลการขายเป็นระยะ เช่น ยอดวิว ยอดไลก์ และยอดซื้อ เพื่อปรับกลยุทธ์การโปรโมตให้ทันเวลา; รักษาการสื่อสารและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อให้ความร่วมมือเป็นไปอย่างราบรื่น หากพบปัญหาหรืออุปสรรคระหว่างทาง ควรรีบสื่อสารและแก้ไขทันที

05 สรุป

การสร้างความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างละเอียดและการสื่อสารที่ดี ในแต่ละขั้นตอน เช่น การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสม ส่งคำเชิญ วางแผนความร่วมมือ เจรจาค่าคอมมิชชั่น และเซ็นสัญญา ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

ด้วยความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ แบรนด์จะสามารถใช้ประโยชน์จากอิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์ TikTok ได้อย่างเต็มที่ เพื่อเพิ่มยอดขายและการรับรู้แบรนด์