ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าในปี 2023 ขนาดตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ถ่ายภาพอัจฉริยะแบบพกพาทั่วโลกทะลุ 3.64 หมื่นล้านหยวน โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 14.2%
นี่คือแนวคิดแบบไหน? พูดง่ายๆ ก็คือ ความร้อนแรงของตลาดนี้เป็นสัดส่วนโดยตรงกับความกระตือรือร้นในการเล่นวิดีโอสั้นของผู้คนรอบตัวคุณ
การเติบโตของวิดีโอสั้นทำให้คนทั่วไปจำนวนมากกลายเป็น "ผู้สร้างเนื้อหา" โทรศัพท์มือถือจึงกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับการบันทึกภาพในชีวิตประจำวัน แต่หากต้องการถ่ายให้มั่นคงและเป็นมืออาชีพ ยังคงต้องพึ่งพา Gimbal แบบมือถือ ดังนั้นเครื่องมือที่ดูเหมือนไม่เด่นชิ้นนี้จึงแอบขึ้นมาอยู่บนกระแสความนิยมอย่างเงียบๆ

ที่มา: Hoham
ในมหาสมุทรสีครามนี้ ผู้ผลิตในประเทศเริ่มแสดงศักยภาพด้วยความสามารถของตนเอง ด้วยข้อได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน ผู้เล่นอย่าง DJI, Insta360, Zhiyun, Hohem ไม่เพียงแต่สร้างฐานแฟนคลับจำนวนมากในประเทศ แต่ยังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก วันนี้เราจะพูดถึง Hohem ซึ่งโดดเด่นเป็นพิเศษในบรรดาแบรนด์เหล่านี้ และเป็นพลังที่ไม่ควรมองข้ามในตลาด Gimbal ทั่วโลก
ทำไมถึงพูดแบบนั้น? ดูข้อมูลก็รู้: Hohem ครองส่วนแบ่ง 25% ของตลาด Gimbal ในช่องทางออนไลน์ต่างประเทศ และยังคว้าส่วนแบ่ง 70% ของตลาด Gimbal สำหรับกล้องแอคชั่นแคม ยิ่งไปกว่านั้น มันยังครองอันดับขายดีบน Amazon ต่อเนื่องหลายปี ถือเป็น "ยอดนิยมอันดับต้นๆ" ในวงการ Gimbal เดือนพฤศจิกายนปีนี้ มันยังได้รับเงินลงทุนหลายสิบล้านหยวนจาก Xiaomi Group และ Shunwei Capital
แล้วคำถามคือ Hohem ทำได้อย่างไร? อะไรทำให้ Xiaomi ลงทุน และมันครองตลาดเฉพาะกลุ่มนี้อย่างเงียบๆ แต่มีประสิทธิภาพได้อย่างไร?

ที่มา: Hoham
จาก OEM สู่แบรนด์: เส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่มุ่งมั่น
Tuke ทราบว่า Hohem ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 สังกัดบริษัท Shenzhen Hohem Technology Co., Ltd. ในตอนแรกเป็นผู้เล่นที่เน้นการผลิต OEM อย่างเงียบๆ โดยผลิต Gimbal และอุปกรณ์เสริมภาพให้กับบริษัทในยุโรปและอเมริกาเป็นหลัก แต่ธุรกิจ OEM ไม่ใช่เรื่องง่าย ลูกค้าหยิ่ง ราคาถูกกดดันซ้ำแล้วซ้ำเล่า กำไรบางจนน่าเหนื่อยหน่าย ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ไม่เท่าเทียมนี้ทำให้ Hohem ค่อยๆ ตระหนักว่าการพึ่งพา OEM เพียงอย่างเดียวไม่สามารถไปได้ไกล
ในปี 2016 Hohem เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ก้าวล้ำ: Gimbal มือถือรุ่นแรกของโลกที่มีฟังก์ชันสมาร์ทอินเทอร์แอคทีฟผ่านแอปและการติดตามใบหน้า ผลิตภัณฑ์นี้เปิดประตูสู่ตลาดสหรัฐอเมริกาให้พวกเขา และยังประสบความสำเร็จในการเข้าสู่ร้านค้า BestBuy 800 แห่ง ถือเป็นชัยชนะเล็กๆ ของแบรนด์จีนในตลาดต่างประเทศ

ที่มา: Hoham
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลง ในปี 2018 Hohem ตัดสินใจลดธุรกิจ OEM ลง 90% และทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการสร้างแบรนด์ของตนเอง ผลลัพธ์ของการตัดสินใจนี้เจ็บปวด ในเวลาเพียงครึ่งปี คำสั่งซื้อเกือบเป็นศูนย์ ธุรกิจการค้าต่างประเทศตกต่ำถึงจุดเยือกแข็ง
แต่โชคดีที่ Hohem ไม่ยอมแพ้ พวกเขาหันความสนใจไปที่ช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Amazon ด้วยผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์ที่แม่นยำ พวกเขาคว้าตำแหน่งแชมป์ยอดขายในหมวด Gimbal บน Amazon ได้ในเวลาอันสั้น และทำให้แบรนด์ของตนเองค่อยๆ ตั้งหลักในต่างประเทศ
ปัจจุบัน Hohem ได้ที่นั่งในตลาดโลก โดย Gimbal มือถือครองส่วนแบ่ง 25% ของตลาดออนไลน์ต่างประเทศ ส่วน Gimbal สำหรับกล้องแอคชั่นแคมคว้าส่วนแบ่งตลาด 70% ในปี 2023 ยอดจัดส่งทั่วโลกทะลุ 1 ล้านเครื่อง รายได้ต่อปีถึง 500 ล้านหยวน และยังได้รับเงินทุนเชิงกลยุทธ์หลายสิบล้านหยวนจาก Xiaomi Group, Shunwei Capital และสถาบันอื่นๆ
ประวัติการระดมทุนของ Hohem
การวางแผนที่แม่นยำ โซเชียลมีเดีย引爆รหัสการเติบโต
ในขณะที่ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง Hohem ก็ยังคงผลักดันการตลาดแบรนด์อย่างต่อเนื่อง
ด้วยการ深耕แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างประเทศ พวกเขาไม่เพียงขยายขอบเขตการเปิดเผยแบรนด์ แต่ยังเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เปลี่ยนการเข้าชมเป็นกำลังซื้อที่แท้จริง
TikTok
เมื่อเผชิญกับกระแสวิดีโอสั้นต่างประเทศ Hohem ไม่พลาดพื้นที่流量อย่าง TikTok ปัจจุบัน บัญชีทางการของ Hohem @hohem_global สะสมผู้ติดตาม 127,600 คน และยอดไลก์ 421,900 บน TikTok เนื้อหาในบัญชีมีความหลากหลายและน่าสนใจ ไม่เพียงแสดงมุมมองใหม่ๆ ในการถ่ายด้วย Gimbal แต่ยังร่วมมือกับครีเอเตอร์ TikTok ในการผลิตวิดีโอสั้นสร้างสรรค์ ดึงดูดความสนใจจากผู้ใช้จำนวนมาก
สถานะบัญชี TikTok ของ Hohem
พวกเขายังแทรกแฮชแท็กแบรนด์อย่าง #hohem ลงในคำอธิบายวิดีโออย่างชาญฉลาด ซึ่งไม่เพียงเพิ่มการเปิดเผยเนื้อหา แต่ยังดึงดูด流量ให้แบรนด์อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
การวางแผนบน TikTok ของ Hohem ไม่ใช่การทำแบบสุ่ม แต่เป็นการ锁定กลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ โดยร่วมมือกับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและบล็อกเกอร์ไลฟ์สไตล์ เพื่อดึงดูดกลุ่มผู้ใช้หลักที่สนใจการถ่ายวิดีโอ กลยุทธ์การ投放ที่ตรงเป้าหมายนี้ทำให้อิทธิพลของแบรนด์ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพงบประมาณการตลาดและเพิ่มอัตราการแปลงผลของการ投放
ผลงานยอดนิยมภายใต้แฮชแท็ก #hohem ที่มา: TikTok
YouTube
บน YouTube Hohem ก็ใช้เนื้อหาเป็นตัวนำเช่นกัน
ปัจจุบัน บัญชี YouTube ของ Hohem มีผู้ติดตาม 92,000 คน เนื้อหาส่วนใหญ่เน้นการโปรโมตแบรนด์ บทเรียนผลิตภัณฑ์ และเทคนิคการถ่ายภาพ โดยวิดีโอหลายรายการมียอดดูใกล้ 100,000 ครั้ง ด้วยการวางแผนเนื้อหาที่หลากหลาย Hohem ค่อยๆ สะสมความสนใจบนแพลตฟอร์ม
ที่มา: YouTube
Hohem ยังร่วมมือกับครีเอเตอร์ YouTube หลากหลายประเภท โดยใช้วิธีการร่วมมือที่แตกต่างกันตามลักษณะของบล็อกเกอร์และโปรไฟล์ผู้ติดตาม ตัวอย่างเช่น การร่วมมือกับบล็อกเกอร์รีวิวผลิตภัณฑ์ Apple @The Apple Circle ซึ่งมีผู้ติดตาม 317,000 คน แม้จำนวนผู้ติดตามจะไม่มากนัก แต่กลุ่มผู้ชมเน้นไปที่ผู้ใช้ Apple ซึ่งมีความกระตือรือร้นและกำลังซื้อค่อนข้างสูง
ในความร่วมมือครั้งหนึ่ง @The Apple Circle ได้แนะนำประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันของ Hohem iSteady V3 กับ iPhone16 อย่างละเอียด โดยสาธิตฟังก์ชันผลิตภัณฑ์ผ่านการถ่ายจริง ผสานกับสถานการณ์ผู้ใช้ เพิ่มความน่าเชื่อถือของเนื้อหา ท้ายวิดีโอมีลิงก์ส่วนลดของเว็บไซต์独立站 เพื่อให้ผู้ชมที่สนใจสามารถสั่งซื้อได้โดยตรง วิดีโอนี้มียอดดู 169,000 ครั้ง สร้าง流量และการแปลงผู้ใช้ที่ดีให้กับ Hohem
วิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ Hohem โดย @The Apple Circle ที่มา: YouTube
独立站
ในขณะที่ดำเนินการบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างต่อเนื่อง Hohem ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง独立站 เพื่อปรับปรุงการวางแผนระดับโลกของแบรนด์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
Tuke สังเกตว่า บน独立站 Hohem แสดงฟังก์ชันผลิตภัณฑ์ผ่านวิดีโอและภาพเคลื่อนไหวเป็นหลัก ในฐานะเครื่องมือที่เน้นการถ่ายวิดีโอ วิธีนี้ไม่เพียง直观 แต่ยังถ่ายทอดสถานการณ์การใช้งานและแนวคิดแบรนด์ได้ดี เมื่อเทียบกับข้อความและภาพนิ่ง เนื้อหาวิดีโอมีความหลากหลายกว่า และช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ Hohem ยังดึงดูดผู้บริโภคผ่านกิจกรรมแบรนด์และโปรโมชั่นตามเทศกาล ตัวอย่างเช่น ก่อนการลดราคา Black Friday Hohem อัปโหลดข้อมูลส่วนลดบน独立站ล่วงหน้า และเพิ่มการเปิดเผยกิจกรรมผ่านการ投放ที่แม่นยำ วิธีการวางแผนล่วงหน้านี้ช่วยเพิ่มการเข้าชมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งสร้างโอกาสในการแปลงผลให้แบรนด์มากขึ้น
ข้อมูลจาก Similarweb แสดงให้เห็นว่าในเดือนตุลาคม 2024 การเข้าชม独立站ของ Hohem อยู่ที่ประมาณ 157,000 ครั้ง ซึ่งเป็น流量ที่น่าประทับใจ
ที่มา: 独立站ของ Hohem
ปฏิเสธการทำเพื่อตัวเอง มุ่งเน้น "นวัตกรรมที่เน้นผู้ใช้"
ความสำเร็จของ Hohem ยังขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นใน "นวัตกรรมที่เน้นผู้ใช้"
ในช่วงแรกของการเปลี่ยนจาก OEM สู่แบรนด์ของตนเอง จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของ Hohem คือการเปลี่ยนจุดเน้นจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบ "เพื่อตัวเอง" ไปสู่การเข้าใจความต้องการของผู้ใช้ ในเวลานั้น ตลาด Gimbal มือถือให้บริการช่างภาพมืออาชีพเป็นหลัก ราคาผลิตภัณฑ์โดยทั่วไปสูงถึง 150-200 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ Hohem เลือกเส้นทางที่แตกต่าง โดยตั้งราคาผลิตภัณฑ์ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ กำหนดเป้าหมายผู้บริโภคทั่วไปอย่างแม่นยำ กลยุทธ์นี้ไม่เพียงลดช่องว่างกับ大众 แต่ยังวางรากฐานสำหรับนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในอนาคต
ความคิดเห็นของผู้ใช้คือจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมของ Hohem หลังจากเปิดตัวผลิตภัณฑ์รุ่นแรก ผู้ใช้หลายคนชี้ให้เห็นปัญหาเช่น "ขนาดใหญ่เกินไป น้ำหนักมากเกินไป" ดังนั้นพวกเขาจึงปรับทิศทางอย่างรวดเร็ว โดยใช้ความเบาและพกพาสะดวกเป็นจุด突破 ในปี 2020 Hohem เปิดตัว Gimbal มือถือแบบพับได้สามแกนที่เบาที่สุดในโลก iSteady X ซึ่งมีน้ำหนักเพียง 259 กรัม สามารถพับเก็บใส่กระเป๋าได้อย่างง่ายดาย ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นสินค้าขายดีในตลาด Gimbal หลังจากเปิดตัว และได้รับรางวัล Silicon Valley Annual Innovation Award ในงาน CES สหรัฐอเมริกา สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติให้กับแบรนด์
นอกเหนือจากนวัตกรรมฮาร์ดแวร์ Hohem ยัง突破อย่างต่อเนื่องในด้านฟังก์ชันและการโต้ตอบ ตัวอย่างเช่น Gimbal M7 เพิ่มการติดตาม AI และหน้าจอสัมผัส控制器 ช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งาน ในขณะเดียวกัน พวกเขาแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ตามความต้องการ เพื่อตอบสนองทั้งครีเอเตอร์มืออาชีพและผู้ใช้ทั่วไป และเปิดตัวอุปกรณ์เสริมที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์การใช้งานที่แตกต่างกัน
ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ของ Hohem จำหน่ายไปยังกว่า 140 ประเทศทั่วโลก คว้ารางวัลระดับนานาชาติมากมาย เช่น Silicon Valley Innovation Award, Red Dot Award, IF Award และยื่นจดสิทธิบัตรเกือบ 100 รายการ พวกเขาลงทุนประมาณ 18% ของรายได้ต่อปีในการวิจัยและพัฒนา การลงทุนในนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ Hohem โดดเด่นในการแข่งขันที่รุนแรง
Hohem M6 คว้ารางวัล iF Design Award 2023 ที่มา: Hoham
จากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า การพลิกกลับของสินค้าจีนทั่วโลก
จากเส้นทางการเปลี่ยนแปลงของ Hohem เราเห็นภาพสะท้อนของแบรนด์จีนจำนวนมากที่ออกสู่ต่างประเทศ
เส้นทางจาก OEM สู่แบรนด์ของตนเองไม่เคยราบรื่น แต่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนและการลองผิดลองถูกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นความมุ่งมั่นนี้เองที่ทำให้แบรนด์จีนจำนวนมากขึ้นโดดเด่นในตลาดโลก
จากเบื้องหลังสู่เบื้องหน้า จากการตามสู่การนำ เส้นทางนี้อาจยาวนาน แต่ทุกก้าวกำลังสร้างความเป็นไปได้มากขึ้นให้กับ "Made in China"
อนาคตของแบรนด์จีนไม่ได้อยู่แค่การก้าวออกไป แต่คือการยืนให้มั่นคงและไปให้ไกลยิ่งขึ้น



