ในตรรกะอัลกอริทึมของ Tuke เนื้อหาเป็นเพียงตัวกลาง อารมณ์คือเครื่องยนต์หลักในการผลักดันการไหลของคอนเทนต์

ผู้ใช้จะไม่เลือกหยุดดูเพราะข้อมูลในวิดีโอเยอะ แต่จะกดไลก์ แสดงความคิดเห็น และแชร์ เพราะเกิดความรู้สึกร่วมทางอารมณ์——

พฤติกรรมเหล่านี้ คือสัญญาณสำคัญที่ Tuke ใช้ตัดสินว่าเนื้อหาควรค่าแก่การแนะนำหรือไม่!

แล้วแบรนด์ควรจะผูกอารมณ์พื้นฐานแบบใดบน Tuke เพื่อให้ผู้ใช้คิดถึงคุณแล้วนึกถึงความรู้สึกเฉพาะเจาะจง?

เราอาจพบคำตอบจากสามแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการ Tuke ด้านล่างนี้

 

ที่มาภาพ:Google

01

Ban.do:

เปลี่ยนความสุขให้เป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์

Ban.do แบรนด์ครีเอทีฟจากลอสแอนเจลิสเริ่มต้นจากเครื่องประดับผม ปัจจุบันเติบโตเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มีรายได้ต่อปีเกิน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

เนื้อหา Tuke ของแบรนด์นี้คือการเฉลิมฉลองสีสันและความสุขทางสายตา

ในบัญชี @shopbando คุณจะไม่เห็นโฆษณาที่แข็งทื่อ

แต่จะเห็นฉากเครื่องเขียนสีรุ้งในออฟฟิศ เพื่อนสาวแลกของขวัญน่ารัก หรือแม้แต่การแซวแฟนที่แอบสะสม “แม่เหล็กติดตู้เย็นอารมณ์ดี” ด้วยอารมณ์ขัน...

 

ที่มาภาพ:Tuke

เนื้อหาเหล่านี้ไม่ได้เน้นฟังก์ชัน แต่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่อนคลาย มองโลกในแง่ดี และเยียวยาใจในทุกจุด

วิดีโอแซวแฟนที่ชอบแม่เหล็กติดตู้เย็นอารมณ์ดี ได้รับยอดชม 2.6 ล้านครั้ง

ผู้ใช้แชร์ประสบการณ์คล้ายกันในช่องคอมเมนต์ เกิดความรู้สึกร่วมเกี่ยวกับความสุขเล็กๆ ในชีวิต

ความสำเร็จของ Ban.do คือการเปลี่ยนความสุขให้เป็นสีรุ้ง ของจิ๋วเยียวยาใจ และฉากชีวิตจริง ถ่ายทอดผ่าน Tuke

ไม่ได้ขายของอย่างเดียว แต่แบ่งปันวิธีทำให้ทุกคนมีความสุข

 

ที่มาภาพ:Tuke

02

Sculpd:

ใช้ความรู้สึกสำเร็จเยียวยาความเครียดของคนยุคใหม่

Sculpd แบรนด์งานปั้นดินน้ำมันจากอังกฤษ เกิดขึ้นช่วงล็อกดาวน์โควิด จับความต้องการลึกๆ ของผู้คนที่อยากควบคุมและรู้สึกประสบความสำเร็จในยุคที่ไม่แน่นอน

บน Tuke สไตล์เนื้อหาของ Sculpd แตกต่างจาก Ban.do อย่างสิ้นเชิง

ไม่เน้นความสวยงาม แต่เน้นกระบวนการ!

 

ที่มาภาพ:Tuke

วิดีโอเร่งความเร็วการปั้นดินน้ำมันพร้อมเพลงสนุกๆ ให้ผู้ใช้เห็นกระบวนการสร้างผลงานจากศูนย์จนเสร็จในไม่กี่วินาที

คลิปสอนทำจานไข่ 15 วินาที ได้รับยอดชม 16.1 ล้านครั้ง

ผู้ใช้ถามว่า “ใช้ดินน้ำมันแบบไหน?” “ใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะแห้ง?” คำถามเหล่านี้สะท้อนจิตใจว่า “ฉันก็ทำได้เหมือนกัน”

Sculpd ยังร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์สายงานฝีมือ เช่น @chambremauve ทำจาน SpongeBob ผสมผสานงานสร้างสรรค์เฉพาะกลุ่มกับ IP ยอดนิยม ลดอุปสรรคในการลองของผู้ใช้

ความสำเร็จของแบรนด์นี้คือการผูกเนื้อหาเข้ากับอารมณ์ที่ผู้ใช้ต้องการ: ไม่ต้องมีทักษะเฉพาะ ทุกคนสามารถเยียวยาตัวเองผ่านการสร้างสรรค์

 

ที่มาภาพ:Tuke

03

Haivivi:

เปิดตลาดของเล่น AI ด้วยความรู้สึกของการมีเพื่อน

Haivivi แบรนด์จากเซินเจิ้น BubblePal เป็นของเล่น AI แบบสนทนาโดยใช้ AIGC

บน Tuke ไม่เน้นสเปกทางเทคนิค แต่เน้นอารมณ์หลักคือความรู้สึกของการมีเพื่อน

Haivivi เลือกทำงานกับอินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยีและครอบครัว ถ่ายวิดีโอฉากชีวิตจริง: เด็กกอดตุ๊กตาถามคำถาม ฟังนิทาน เลียนเสียงตัวละคร...

วิดีโอไม่ได้ขายของอย่างตั้งใจ แต่แสดงให้เห็นปฏิสัมพันธ์และเสียงหัวเราะระหว่างเด็กกับของเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

ที่มาภาพ:Tuke

ในวิดีโอที่โพสต์โดยอินฟลูเอนเซอร์ @moela9581 ฉากเด็กคุยกับ BubblePal กระตุ้นให้ผู้ปกครองหลายคนมาร่วมพูดคุย

มีคนคอมเมนต์ว่า: “เด็กที่เลี้ยงโดยปัญญาประดิษฐ์...น่าสนใจมาก”

ความสำเร็จของ Haivivi คือการผูกผลิตภัณฑ์และเนื้อหาเข้ากับ “ความรู้สึกของการมีเพื่อน” — ในสังคมที่เร่งรีบและเครียด เด็กต้องการเพื่อนเล่น พ่อแม่ก็ต้องการผู้ช่วย

 

ที่มาภาพ:Tuke

04

รีบผูกอารมณ์ให้แบรนด์ของคุณกันเถอะ!

จากสามกรณีข้างต้นพบว่า การตลาดอารมณ์บน Tuke ที่ประสบความสำเร็จล้วนเดินตามเส้นทางนี้:

1) หา “คีย์เวิร์ดอารมณ์” ให้เจอ

อิงจากการวางตำแหน่งแบรนด์และความต้องการลึกๆ ของผู้ใช้ เลือกอารมณ์พื้นฐานเช่น ความสุข ความสำเร็จ ความรู้สึกของการมีเพื่อน ฯลฯ

2) ทำให้อารมณ์เป็นรูปธรรมผ่านเนื้อหา

ใช้ฉากจริง คลิปสอน การมีปฏิสัมพันธ์ ฯลฯ ทำให้อารมณ์ที่เป็นนามธรรมสัมผัสได้และมีประสบการณ์จริง

3) ให้ผู้ใช้เป็นผู้เผยแพร่อารมณ์

สนับสนุนการรีวิว แชร์ และมีปฏิสัมพันธ์ ทำให้อารมณ์กลายเป็น “สกุลเงินทางสังคม” ผลักดันให้เนื้อหาแพร่กระจายอย่างเป็นธรรมชาติ

ในโลกอัลกอริทึมของ Tuke เนื้อหาอาจถูกกลืนหายไป แต่อารมณ์จะไม่หายไป

เมื่อคุณผูกอารมณ์พื้นฐานกับแบรนด์ได้สำเร็จ ผู้ใช้จะไม่ใช่แค่ซื้อสินค้า แต่กำลังโหวตให้กับความรู้สึก ตัวตน และไลฟ์สไตล์แบบหนึ่ง

แบรนด์ของคุณ พร้อมจะผูกอารมณ์แบบไหนแล้วหรือยัง?