คุณเชื่อไหม? แหวนซิลิโคนที่มีต้นทุนในประเทศไม่ถึง 5 หยวน พอออกสู่ตลาดต่างประเทศแล้ว ราคาขายสามารถสูงถึงหลายสิบหรือแม้กระทั่งหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐ
เรื่องที่ฟังดูแทบไม่น่าเชื่อนี้ กลับถูกแบรนด์เฉพาะกลุ่มGroove Lifeเปลี่ยนให้กลายเป็นความจริง
ด้วยสินค้าไอเท็มนี้ ไม่เพียงแต่เปิดช่องทางขายในต่างประเทศได้อย่างราบรื่น ภายในเวลาไม่กี่ปีก็ทำรายได้ต่อปีทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้ผลงานที่โดดเด่น

แหล่งที่มาของภาพ: Google
ทั้งที่มีราคาพรีเมียมสูงมาก แต่ความนิยมก็ยังไม่ลดลง Groove Life มีจุดเด่นอะไรกันแน่?
วันนี้เรามาคุยกันว่าแบรนด์นี้เจาะตลาดต่างประเทศขนาดใหญ่ได้อย่างไร และก้าวขึ้นมาทีละขั้นได้อย่างไร
สินค้าฮิตที่ถือกำเนิดจากโรงรถ
จากข้อมูลสาธารณะ การถือกำเนิดของ Groove Life เกิดจากปัญหาจริงที่ผู้ก่อตั้ง Peter Goodwin ประสบด้วยตนเอง
ปีเตอร์เดิมทีเป็นไกด์นำเที่ยวผจญภัยในถิ่นทุรกันดารของอลาสก้า การทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานทำให้เขาพบว่าการสวมแหวนแต่งงานโลหะแฝงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไม่น้อย แหวนถูกสิ่งของภายนอกเกี่ยวได้ง่าย ในกรณีร้ายแรงอาจถึงขั้นฉีกนิ้วและทำให้เกิดการบาดเจ็บจากการทำงาน
เขาอยากเปลี่ยนเป็นแหวนซิลิโคนที่ปลอดภัยกว่า แต่ในตอนนั้นผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ในท้องตลาดโดยทั่วไปอับเหงื่อไม่ระบายอากาศ ประสบการณ์การสวมใส่แย่มาก
จากปัญหาจริงเช่นนี้เอง เขาจึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนแหวนซิลิโคนที่ปลอดภัยและสวมใส่สบาย ต้นแบบแบรนด์ Groove Life จึงถือกำเนิดขึ้น

แหล่งที่มาของภาพ: Google
ในปี 2015 ปีเตอร์ใช้เวลา 6 เดือนในการสร้างแหวนซิลิโคนรุ่นแรกในโรงรถอันหนาวเย็นแห่งหนึ่งที่พอร์ตอัลสเวิร์ธ รัฐอลาสก้า
ผลิตภัณฑ์นี้มีสิทธิบัตรช่องระบายอากาศภายในแบบเฉพาะตัว ผลิตจากซิลิโคนเกรดทางการแพทย์ แหวนสามารถแตกหักแบบยืดหยุ่นเมื่อรับแรง ช่วยหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการบาดเจ็บระหว่างการทำงานกลางแจ้ง โครงสร้างร่องยังช่วยระบายอากาศและความชื้น แก้ปัญหาแกนกลางของการสวมแหวนแต่งงานของคนทำงานกลางแจ้งและกลุ่มแรงงานปกน้ำเงินได้อย่างแม่นยำ
ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน แหวนซิลิโคนรุ่นแรกได้เปิดตัวบนแพลตฟอร์ม Kickstarter เพื่อระดมทุน สุดท้ายระดมทุนได้เกือบ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันก็พิสูจน์ความต้องการของตลาดในเซกเมนต์แหวนซิลิโคนได้จริง
ในปี 2016 Groove Life ก่อตั้งอย่างเป็นทางการ แบรนด์มุ่งเป้าไปที่ผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง คนงานปกน้ำเงิน ทหารและตำรวจ กลุ่มคนออกกำลังกาย ฯลฯ โดยชูจุดขายเป็นเครื่องประดับเชิงฟังก์ชันที่ปลอดภัย ทนทาน และมีความหมายทางอารมณ์

แหล่งที่มาของภาพ: Google
การวางแผนบนหลายแพลตฟอร์ม รองรับรายได้ระดับร้อยล้าน
ในปีเดียวกับที่แบรนด์ก่อตั้ง Groove Life ได้เข้าสู่ Amazon ซึ่งที่นี่ทั้งเป็นช่องทางขายผ่านบุคคลที่สามที่สำคัญที่สุด และเป็นแหล่งรายได้หลักของการเติบโตของยอดขายในช่วงแรกของแบรนด์
เพื่อต้านทานสินค้าลอกเลียนแบบที่ผุดขึ้นไม่หยุดในตลาดและปกป้องสิทธิบัตรของตนเอง แบรนด์ได้เปิดใช้รหัสป้องกันการปลอมแปลง Amazon Transparency เมื่อนำสินค้าขึ้นวาง
ระหว่างปี 2017-2019 แหวนซิลิโคนของ Groove Life เคยกลายเป็นสินค้าฮิตระดับปรากฏการณ์บน Amazon ยอดขายเติบโตแบบพุ่งกระฉูด 300%-400% ภายในเวลาเพียง 2 ปี

แหล่งที่มาของภาพ: Amazon
ในขณะเดียวกัน เว็บไซต์ของแบรนด์เองก็เป็นอีกหนึ่งฐานสำคัญของ Groove Life ในการขยายตลาดต่างประเทศ
ภายในเว็บไซต์มีบริการสลักข้อความบนแหวนให้เลือกปรับแต่ง มีสินค้าให้เลือกซื้อครบทุกซีรีส์ พร้อมการรับประกันหลังการขาย Groove Guarantee โดยเฉพาะ เพื่อนำผู้ใช้ให้เข้ามาอยู่ในช่องทางส่วนตัวของแบรนด์และเกิดการแปลงยอดขาย
ไม่เพียงเท่านั้น เว็บไซต์ของแบรนด์เองยังเปิดเว็บไซต์หลายประเทศ จัดส่งตรงไปยังแคนาดา ยุโรป ออสเตรเลีย และภูมิภาคอื่น ๆ ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการรักษาผู้ใช้และการซื้อซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มาภาพ: Groove Life
นอกจากการเจาะลึกตลาดออนไลน์แล้ว แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับตลาดออฟไลน์เช่นกัน โดยไม่ได้เปิดร้านสาขาของตัวเองเป็นวงกว้าง แต่เลือกรูปแบบการขายส่งและเข้าไปวางจำหน่ายในร้านค้าปลีกกลางแจ้งระดับมืออาชีพ เข้าสู่ร้านเชนกลางแจ้งขนาดใหญ่ในต่างประเทศหลายแห่ง เผชิญหน้ากลุ่มผู้บริโภคสายกลางแจ้งตัวจริง และตอกย้ำตำแหน่งแบรนด์สำหรับการผจญภัยกลางแจ้งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หลังจากธุรกิจเข้าสู่เส้นทางที่มั่นคง Groove Life ก็ไม่พึ่งพาสินค้าขายดีเพียงรายการเดียวอีกต่อไป ในช่วงปี 2020-2023 ยังได้ขยายหมวดหมู่สินค้า โดยทยอยเปิดตัวเข็มขัดแม่เหล็ก กระเป๋าสตางค์มินิมอล สายนาฬิกา Apple Watch และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ

ที่มาภาพ: Google
จนถึงปัจจุบัน ทีมงานของ Groove Life ขยายจาก 6 คนในตอนแรกเป็นมากกว่า 200 คน และเติบโตเป็นร้านขายเครื่องประดับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งที่มียอดรายได้ต่อปีทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ใช้คลิปสั้นบน TikTok เป็นแรงขับเคลื่อนการสื่อสารบนโซเชียลมีเดีย
ผลิตภัณฑ์อย่างแหวนซิลิโคนและเข็มขัดแม่เหล็กมีเรื่องเล่าที่สะท้อนปัญหาความเจ็บปวดได้อย่างทรงพลัง ทำให้แพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้นได้ง่ายมาก เนื้อหา UGC จึงแตกกระจายอย่างรวดเร็ว และช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าของแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ การวางรากฐานบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok จึงกลายเป็นการดำเนินการสำคัญที่ทำให้ Groove Life เติบโตในระยะยาว

ที่มาภาพ: TikTok
บน TikTok แบรนด์ได้สร้างบัญชีอย่างเป็นทางการ @Groove Life โดยมีผู้ติดตาม 4.21 หมื่นคน
เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายรู้สึกเชื่อมโยงกับฉากจริงและเรื่องราวส่วนตัวได้ง่าย คอนเทนต์ของบัญชีจึงทิ้งโฆษณาแบบภาพยนตร์ที่ประณีต และเน้นวิดีโอสั้นแบบชีวิตจริง ครอบคลุมฉากหลากหลาย เช่น งานในไซต์ก่อสร้าง การออกกำลังกาย การตั้งแคมป์ และการอยู่บ้าน
กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ช่วงอายุใดช่วงหนึ่ง คอนเทนต์เข้าถึงผู้คนได้กว้างมาก ครอบคลุมตั้งแตเด็กไม่กี่ขวบไปจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ
ในนั้นมีวิดีโอหนึ่งในบัญชีที่บันทึกภาพคุณพ่อใช้เข็มขัดแม่เหล็กกับลูกน้อยวัย 3 ขวบ ปัจจุบันมียอดรับชม 1.5 ล้านครั้ง และได้รับ 1.29 หมื่นไลก์
แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผลิตภัณฑ์ใช้งานง่ายมาก แม้แต่เด็กเล็กก็ใช้ได้อย่างสบาย คอนเทนต์ประเภทนี้ช่วย Groove Life ในการดึงดูดลูกค้าเป้าหมายทุกช่วงวัยได้เป็นอย่างมาก

ที่มาภาพ: TikTok
นอกจากคอนเทนต์ชีวิตประจำวันแนวสมจริงแล้ว @Groove Life ยังมีความคิดสร้างสรรค์ด้านคอนเทนต์อีกชุดหนึ่ง
เนื่องจากผู้ใช้ TikTok โดยทั่วไปชื่นชอบคอนเทนต์เบาสบายและสนุกสนาน แบรนด์จึงยังถ่ายทำละครสั้นสถานการณ์ขำขันหลายชิ้นเพื่อรักษากระแสผู้ชม
เช่น วิดีโอที่มียอดรับชมสูงสุดในบัญชีก็เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจน:
ในวิดีโอ ชายสองคนแอบแข่งขันกันว่าถอดเข็มขัดได้เร็วแค่ไหนขณะเข้าห้องน้ำ ใช้การเปรียบเทียบตลก ๆ เพื่อเน้นความยุ่งยากของเข็มขัดทั่วไป และตอกย้ำความสะดวกใช้งานง่ายของเข็มขัดแม่เหล็ก Groove Life
นับตั้งแต่เผยแพร่จนถึงปัจจุบัน วิดีโอนี้มียอดรับชมถึง 5.60 ล้านครั้ง และได้รับ 3.57 หมื่นไลก์ กลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างชื่อบน TikTok ของแบรนด์
ในส่วนคอมเมนต์ ยังมีผู้ใช้ที่สั่งซื้อแล้วจำนวนมากโพสต์รีวิวการใช้งานจริง ชื่นชมว่าเข็มขัดสวมใส่สบาย คำวิจารณ์จากผู้บริโภคโดยตรงเช่นนี้โน้มน้าวผู้ซื้อที่มีศักยภาพได้ง่ายกว่า และผลักดันให้ผู้ใช้ตัดสินใจซื้อได้สำเร็จ

ที่มาภาพ: TikTok
ข้อคิดสามประการสำหรับบริษัทในประเทศที่ออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ความสำเร็จในปัจจุบันของแบรนด์ Groove Life ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ กลยุทธ์การพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังนั้นคุ้มค่าที่บริษัทในประเทศจะศึกษาอย่างละเอียด
1. การประสานงานระหว่างช่องทาง
Amazon รับหน้าที่สร้างปริมาณยอดขาย เว็บไซต์ของตัวเองรับผิดชอบการสร้างแบรนด์ให้ฝังลึกและการซื้อซ้ำในกลุ่มลูกค้าของตนเอง ขณะที่ร้านค้าปลีกออฟไลน์เสริมตำแหน่งทางการตลาดแบบมืออาชีพ ทั้งสามฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนและส่งต่อทราฟฟิกซึ่งกันและกัน
2. ขับเคลื่อนด้วยเนื้อหา
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok แบรนด์ไม่ได้ยัดเยียดโฆษณาหรูหรา แต่ใช้ฉากจริงและเนื้อเรื่องสนุก ๆ ให้ผลิตภัณฑ์พูดด้วยตัวเอง ทำให้ผู้ใช้กลายเป็นจุดกระจายการบอกต่อ
3. ปราการสิทธิบัตร
ตั้งแต่ร่องระบายอากาศไปจนถึงรหัสป้องกันการปลอมแปลง แบรนด์ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตั้งแต่ช่วงแรก จึงสามารถรักษาพื้นที่ส่วนเพิ่มราคาไว้ได้ในตลาดที่สินค้าปลอมระบาด
ปัจจุบัน ตลาดผู้บริโภคในต่างประเทศกำลังรอแบรนด์จีนที่มีความพร้อมอีกมากมายเข้ามาบุกเบิก ตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีสำหรับการออกสู่ตลาดต่างประเทศ เมื่อเผชิญกับตลาดต่างประเทศที่มีการแข่งขันสูง มีเพียงองค์กรที่เข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริงและเคารพกฎของช่องทางเท่านั้นจึงจะไปได้ไกลกว่า


