จะเข้าสู่ตลาดเจเนอเรชั่น Z ได้อย่างรวดเร็วต้องทำอย่างไร? การจับคุณค่าทางอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญมาก!
Ban.doแบรนด์นี้จับจุดสำคัญนี้ได้ ด้วยดีไซน์ที่กล้าหาญและทัศนคติที่มองโลกในแง่ดี นำเสนอ “การขายความสุข” เป็นคุณค่าหลัก จนสามารถครองใจสาวๆ ลอสแอนเจลิสได้มากมาย
แบรนด์สร้างสรรค์จากลอสแอนเจลิสนี้ ไม่เพียงขยายไลน์สินค้า จากเครื่องประดับผมไปสู่เครื่องเขียน ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า ฯลฯ แต่ยังเจาะตลาดต่างประเทศทั้งยุโรปและเอเชียได้สำเร็จ ด้วยการวางตำแหน่งตลาดที่แม่นยำและการวางแผนหลายแพลตฟอร์ม
ปัจจุบันเว็บไซต์อิสระของแบรนด์มีทราฟฟิกต่อเดือนเกินหนึ่งล้าน การเข้าชมโดยตรงสูงถึง 58% และโซเชียลมีเดียก็เข้าถึงผู้ใช้หลายล้านคนแล้ว。
แล้วแบรนด์นี้ทำได้อย่างไร? เบื้องหลังนี้มี “รหัสทราฟฟิก” อะไรซ่อนอยู่?
ที่มา: แบรนด์ Ban.do
“ปฏิวัติสีสัน” ของสองสาว
ปี 2008 สองผู้ก่อตั้ง Jen และ Jamie ทำเครื่องประดับผมด้วยมือในอพาร์ตเมนต์ที่ลอสแอนเจลิส อาจไม่เคยคิดว่าโปรเจกต์ที่เริ่มจากร้านเล็กๆ บน Etsy จะเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีรายได้ต่อปีเกิน 50 ล้านดอลลาร์ในอีก 15 ปีต่อมา(ตามรายงานของ Women's Wear Daily)。
ผู้ก่อตั้ง Jen Gotch ที่มา: The blue
Ban.do ในช่วงแรกเปิดตลาดด้วยที่คาดผมสีรุ้งราคา 12-25 ดอลลาร์ จากนั้นจับเทรนด์การบริโภคที่เน้นคุณค่าทางอารมณ์ของเจเนอเรชั่น Z ได้อย่างแม่นยำ ขยายไปสู่เครื่องเขียน ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า ฯลฯ สร้างผลิตภัณฑ์ “การบริโภคความสุข” แบบครบวงจร
ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลายนี้ แบรนด์สามารถตอบโจทย์การช็อปปิ้งแบบครบวงจรของผู้บริโภค และเปลี่ยนจากแบรนด์สินค้าเดียวไปสู่สัญลักษณ์ไลฟ์สไตล์ได้สำเร็จ
ปี 2015 เมื่อแบรนด์เติบโตถึงจุดหนึ่ง Ban.do เลือกเดินกลยุทธ์ต่างประเทศ เข้าสู่ตลาดยุโรปและเอเชียอย่างเป็นทางการผ่านอีคอมเมิร์ซและช่องทางออฟไลน์
ที่มา: แบรนด์ Ban.do
การปฏิวัติช่องทางในกระบวนการสู่สากล
ในการขยายตลาดต่างประเทศ Ban.do ไม่เลือกโมเดลตัวแทนจำหน่ายแบบเดิม แต่สร้างระบบสองช่องทาง “ปลูกกระแสในโซเชียลมีเดีย + เว็บไซต์อิสระ” ผลลัพธ์คือกลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มพลังการดึงทราฟฟิกของแบรนด์ สร้างวงจรสมบูรณ์จากการระเบิดยอดในระยะสั้นสู่การดำเนินงานระยะยาว
1. ปลูกกระแสในโซเชียลมีเดีย: TikTok + Instagram
เจาะกลุ่มเจเนอเรชั่น Z ที่ “เน้นประสบการณ์ ไม่เน้นโฆษณา” Ban.do เลือก TikTok และ Instagram เป็นสนามหลัก
บน TikTok เพื่อให้ตรงกับรสนิยมและความต้องการของผู้บริโภควัยรุ่น Ban.do เน้นโปรโมทสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนและงานสร้างสรรค์เป็นหลัก
บัญชี @shopbando ของแบรนด์เผยแพร่วิดีโอเนื้อหาหลักเกี่ยวกับกลุ่มนี้ เช่น พรีวิวสินค้าใหม่ ฉากการใช้งานในชีวิตประจำวัน และแชร์ของใช้ดีในออฟฟิศ
ที่มา: TikTok
เช่น วิดีโอที่เผยแพร่ในเดือนสิงหาคม 2024 เน้น “ฉากการใช้งานในชีวิต” โดยเล่าเรื่องแฟนหนุ่มที่ชอบ “แม่เหล็กติดตู้เย็นอารมณ์ดี” ของ Ban.do เพื่อโปรโมทสินค้า
วิดีโอนี้มียอดชมถึง 2.6 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้จำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วม
ที่มา: TikTok
สไตล์ “ใช้งานได้จริง + เยียวยาใจ” นี้ ไม่เพียงหลีกเลี่ยงความแข็งกระด้างของโฆษณาแบบเดิม แต่ยังช่วยให้แบรนด์รักษาความสนใจและความผูกพันของผู้ใช้ได้
จนถึงปัจจุบัน บัญชีนี้มีผู้ติดตาม 32,600 คน ยอดชมรวม 24.8 ล้านครั้ง สำหรับจำนวนผู้ติดตามนี้ ถือว่าผลงานโดดเด่นมาก
ที่มา: TikTok
ต่างจาก “ความสมจริง” บน TikTok Ban.do ใช้ “สังคมแห่งความงาม” เป็นแกนกลางบน Instagram โดยเผยแพร่ภาพสินค้าสีสันสดใส รีวิวจากผู้ใช้ และคอลแลบต่างๆ ปัจจุบันบัญชี Instagram มีผู้ติดตาม 568,000 คน
ที่มา: Instagram
สไตล์ภาพที่เข้ากับสีชมพูมิลเลนเนียลและโทนสีมาการองนี้ กลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมสำหรับอินฟลูเอนเซอร์ในการเผยแพร่ต่อ ช่วยเสริมภาพลักษณ์ “แบรนด์ที่เหมาะกับ Instagram” ให้แข็งแกร่งขึ้น
ที่มา: Instagram
นอกจากสะสมทราฟฟิกบนโซเชียลมีเดีย Ban.do ยังนำทราฟฟิกเหล่านี้เข้าสู่เว็บไซต์อิสระของตัวเอง เพื่อเปลี่ยนทราฟฟิกเป็นยอดขาย สร้างวงจรการตลาดที่สมบูรณ์
2. การเปลี่ยนทราฟฟิกบนเว็บไซต์อิสระ: จากขายของสู่การส่งต่อค่านิยม
เว็บไซต์อิสระของ Ban.do ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มขายของ แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้เนื้อหา โดยแบ่งปันเรื่องราวผู้ใช้ ผลงานร่วมกับนักวาดภาพประกอบ บนหน้า “แรงบันดาลใจ” เปลี่ยนการช็อปปิ้งเป็นการเชื่อมโยงทางอารมณ์
การเปลี่ยนทราฟฟิกจากโซเชียลมีเดียสู่เว็บไซต์อิสระนี้ ไม่เพียงยกระดับประสบการณ์การช็อปปิ้งของผู้ใช้ แต่ยังเสริมภาพลักษณ์ “การบริโภคความสุข” ของ Ban.do ให้แข็งแกร่งขึ้น เชื่อมโยงโซเชียลมีเดียกับอีคอมเมิร์ซอย่างไร้รอยต่อ

ที่มา: แบรนด์ Ban.do
ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มบุคคลที่สาม เว็บไซต์อิสระของ Ban.do มีทราฟฟิกต่อเดือนเกิน 1 ล้านครั้ง โดยการเข้าชมโดยตรงสูงถึง 58% หมายความว่ามากกว่าครึ่งของผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์โดยตรง ไม่ใช่แค่ผ่านลิงก์หรือโฆษณาภายนอก

ที่มา: similarweb
โครงสร้างทราฟฟิกแบบนี้ไม่เพียงสร้างฐานผู้ใช้ที่มั่นคง ลดการพึ่งพาช่องทางเดียว แต่ยังช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของผู้ใช้ได้ดีขึ้น และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้
ที่มา: similarweb
จุดหมายต่อไป: ต่างประเทศ
เมื่อแบรนด์ต่างชาติอย่าง Ban.do ใช้ “ปฏิวัติสีสัน” ครองใจสาวๆ ใน 30 ประเทศ แบรนด์จีนก็ควรมีเรื่องราวการออกสู่ตลาดโลกในแบบใหม่
ตลาดต่างประเทศไม่ได้ขาด “ของถูก” แต่ขาดดีไซน์ที่โดดเด่นและคุณค่าทางอารมณ์ที่ตรงใจผู้ใช้ ซึ่งเป็นสนามที่ซัพพลายเชนและดีไซน์ของจีนถนัดที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือความนิยมสินค้าส่วนบุคคลในยุโรปและอเมริกา โอกาสใหม่มีอยู่ทุกที่ และหวังว่าในอนาคตจะมีแบรนด์จีนปรากฏในตลาดบลูโอเชียนนี้มากขึ้น
(หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้มาจากรายงานสาธารณะและข้อมูลจากแต่ละแพลตฟอร์ม สถานการณ์จริงให้ยึดตามข้อมูลทางการ)


