เหลือเวลาอีกเพียงช่วงสุดท้ายก่อนเข้าสู่การเตรียมพร้อมสำหรับโปรโมชัน Black Friday ปี 2025 TikTok Shop ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่ากิจกรรมครั้งนี้จะจัดต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนธันวาคม ครอบคลุมตลาดหลักทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เม็กซิโก ฯลฯ
เมื่อเผชิญกับจุดขายที่สำคัญที่สุดแห่งปี คุณยังคงกังวลกับปัญหาเหล่านี้อยู่หรือไม่:
ทำไมงบโฆษณา Black Friday ถึงสูญเปล่าอยู่เสมอ?
ทำไมอินฟลูเอนเซอร์ขายของแต่ยอดขายไม่ขยับ?
ทำไมสินค้าชนิดเดียวกัน คนอื่นขายดีแต่ตัวเองกลับเครียด?
สินค้าต่างอุตสาหกรรม ควรจับจุดผู้ใช้ในช่วง Black Friday อย่างไรให้ยอดขายทะลุเป้า?
ไม่ต้องกังวล! วันนี้เราจะวิเคราะห์กรณีศึกษาความสำเร็จใน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ บิวตี้, แม่และเด็ก, ของใช้ในบ้าน, อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสรุปสูตรสำเร็จที่นำไปใช้ได้จริง ช่วยให้ร้านค้าของคุณยอดขายพุ่งใน Black Friday ปีนี้!

ที่มา:Google
01
กลุ่มบิวตี้
ราคาย่อมเยา+กลยุทธ์อินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก
แบรนด์บิวตี้KimChi Chic Beauty ใช้กลยุทธ์ความคุ้มค่า+อินฟลูเอนเซอร์หลากหลาย บน TikTok ยอดขายต่อเดือนถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แป้งฝุ่นยอดฮิตขายได้กว่า 1.7 ล้านชิ้นต่อเดือน
กลยุทธ์หลักคือ:
ใช้เนื้อหาจำนวนมากครอบคลุมสายตาผู้ใช้ ไม่ใช่พึ่งคลิปไวรัลเดียว
บัญชี TikTok หลักของ KimChi Chic Beauty @kimchichic เน้นความสมจริงแบบไม่ใช้ฟิลเตอร์ เนื้อหาวิดีโอเป็นเทคนิคแต่งหน้า รีวิวสินค้า เช่น “เทคนิคติดทนนาน 8 ชั่วโมง” โชว์ผลลัพธ์แป้งฝุ่น ตอบคอมเมนต์เรื่องเฉดสีอย่างรวดเร็ว เพิ่มการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนยอดขาย
ช่วง Black Friday แบรนด์บิวตี้สามารถเพิ่มคอนเทนต์แต่งหน้าตามเทศกาล ผสมผสานฉากคริสต์มาส ปีใหม่ และเตรียมบัญชีล่วงหน้า1 เดือนเพื่อสะสมยอดผู้ติดตามและกระแส
นอกจากนี้การร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์คือหัวใจของยอดขาย.
KimChi Chic Beauty ร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์จำนวนมาก เดือนเดียวร่วมงาน 1,000 คน ไลฟ์สด 485 ครั้ง แม้ยอดขายเฉลี่ยต่อครั้งเพียง 57 ชิ้น แต่ยอดรวมสูงมาก
ดังนั้น แบรนด์บิวตี้ช่วง Black Friday สามารถนำโมเดลนี้ไปใช้:
คัดเลือกบิวตี้บล็อกเกอร์สายเฉพาะทางและKOC สายบันเทิง ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ต่างๆ
สูตรวิดีโอไวรัลคือเจาะจุดเจ็บ+โชว์สินค้า เช่น “แป้งฝุ่นสำหรับผิวมัน รีวิวจริง” พร้อมลิงก์ซื้อทันที

ที่มา:TikTok
02
กลุ่มแม่และเด็ก
วงจรความเชื่อใจ+การสร้างตัวตนแบบท้องถิ่น
แบรนด์แม่และเด็กMAKUKU ใช้กลยุทธ์การตลาดสร้างความเชื่อใจ+กลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่น ยอดขายใน TikTok ประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทะลุ 65.5 ล้าน ผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมกลายเป็นสินค้าระดับกลาง-สูงที่ขายดีเป็นปรากฏการณ์
กลยุทธ์หลักคือ:
สร้างเนื้อหาวงจรครอบครัว+การรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่แค่โปรโมชันอย่างเดียว
บัญชี TikTok หลักของ MAKUKU @makukuindonesia.official เน้นละครครอบครัว สร้างความเชื่อใจผ่านความรู้สึก
บัญชีไลฟ์สด@makukuoffcialstore.id เน้นการเปลี่ยนยอดขาย ผสมผสานเนื้อหาวิชาชีพ เช่น ไลฟ์สดกับกุมารแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจ
ช่วง Black Friday แบรนด์แม่และเด็กสามารถจัดแคมเปญ“คู่มือเลี้ยงลูก Black Friday” เช่น เทคนิคเลือกผ้าอ้อมหน้าหนาว ผูกเนื้อหาสาระกับโปรโมชัน
นอกจากนี้การเชื่อมโยงออฟไลน์คือจุดแข็งเฉพาะของกลุ่มแม่และเด็ก.
MAKUKU ตั้งจุดสแกน TikTok ในร้านแม่และเด็กในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้ผู้ใช้ทดลองสินค้าออฟไลน์แล้วซื้อออนไลน์
ดังนั้น แบรนด์แม่และเด็กช่วง Black Friday สามารถนำโมเดลนี้ไปใช้:
เชื่อมโยงจุดจำหน่ายออฟไลน์กับTikTok
ตั้งจุดสแกนรับราคาพิเศษ Black Friday สร้างวงจรความเชื่อใจจากการทดลองออฟไลน์-ซื้อออนไลน์ สำหรับสินค้าราคาสูง สามารถจัดกิจกรรมทดลองใช้ เปิดกล่อง7 วันคืนเงิน ฯลฯ เพื่อลดอุปสรรคการตัดสินใจ

ที่มา:เว็บไซต์ MAKUKU
03
กลุ่มของใช้ในบ้าน
การสร้างฉาก+การโชว์ฟังก์ชันอย่างเห็นภาพ
แบรนด์เก้าอี้เพื่อสุขภาพSIHOO ใช้กลยุทธ์สร้างฉาก+โชว์ฟังก์ชันที่เห็นภาพ ยอดขายโต 40 เท่าใน 3 ปี เก้าอี้ยอดฮิตขายได้กว่า 1.5 ล้านชิ้นต่อปี
กลยุทธ์หลักคือ:
เปลี่ยนข้อมูลเทคนิคที่น่าเบื่อเป็นฉากใช้งานที่สัมผัสได้ ไม่ใช่แค่บอกจุดขาย
SIHOO บน TikTok เน้นร่วมงานกับอินฟลูเอนเซอร์สายเกมและออฟฟิศ เช่น @hypey ถ่ายคลิปแกะกล่อง+รีวิวใช้งานทั้งวัน โชว์ฟังก์ชันปรับเก้าอี้อย่างชัดเจน ยอดวิวถึง 1.5 ล้าน
ช่วง Black Friday แบรนด์ของใช้ในบ้านสามารถออกคอนเทนต์ “อุปกรณ์ทำงานที่บ้าน” เปรียบเทียบเก้าอี้ธรรมดากับเก้าอี้เพื่อสุขภาพ รีวิวการนั่งนานด้วยวิดีโอยาวกว่า60 วินาที
นอกจากนี้ไลฟ์สดคือผู้ช่วยสำคัญในการขายสินค้าให้ปัง.
SIHOO ในไลฟ์สด พิธีกรโชว์ฟังก์ชันปรับที่วางแขน รองรับหลัง ฯลฯ ตอบคำถามผู้ใช้แบบเรียลไทม์ คลายข้อสงสัยผู้ใช้
ดังนั้น แบรนด์ของใช้ในบ้านช่วง Black Friday สามารถนำโมเดลนี้ไปใช้:
ใช้ไลฟ์สดแบบ immersive โชว์คุณค่าสินค้าอย่างเห็นภาพ
จัดกิจกรรมไลฟ์สดตามธีม โชว์ผลลัพธ์การใช้งานจริงให้ผู้ใช้เห็น เพิ่มโอกาสเปลี่ยนยอดขาย
คลิปจากไลฟ์สดยังนำมาตัดต่อเป็นคลิปสั้นเพื่อยิงโฆษณา สร้างวงจรยอดวิว

ที่มา:TikTok
04
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์
เทคโนโลยีเพื่อทุกคน+อิทธิพลคนดัง
แบรนด์เครื่องเสียงEDIFIER ใช้กลยุทธ์เทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย+อิทธิพลคนดัง รายได้ต่อปีเกือบ 3 พันล้านหยวน หูฟังครอบหูสร้างกระแสบน TikTok
กลยุทธ์หลักคือ:
ใช้ประสบการณ์จริงแทนการขายด้วยข้อมูล ลดอุปสรรคการตัดสินใจสำหรับสินค้าราคาสูง
บัญชีทางการของ EDIFIER @edifierglobal โพสต์คลิปทดสอบคุณภาพเสียง ให้ผู้ใช้สัมผัสประสบการณ์ตรง ได้รับคำชมมากมาย
ช่วง Black Friday แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์สามารถทำคลิปเปรียบเทียบการตัดเสียงรบกวน โชว์จุดขายเทคโนโลยีอย่างชัดเจน
นอกจากนี้การร่วมมือกับคนดังคืออาวุธลับในการสร้างกระแส.
EDIFIER ถ่ายคลิปนักบาส NBA ใส่หูฟังออกกำลังกาย สอดแทรกจุดขาย “วิ่งไม่หลุด” ในฉากฝึกซ้อม ยอดวิวทะลุ 1.3 ล้าน
ดังนั้น แบรนด์อิเล็กทรอนิกส์ช่วง Black Friday สามารถนำโมเดลนี้ไปใช้:
ร่วมมือกับคนดัง อินฟลูเอนเซอร์ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายกว้าง.
เชิญอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นรีวิวสินค้า ใช้ฉากอารมณ์ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายกว้าง เลือกKOL ที่ตรงกับภาพลักษณ์แบรนด์ สร้างคอนเทนต์หลากหลายครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย

ที่มา:TikTok
05
สรุป
แก่นกลยุทธ์ยอดขายพุ่งใน Black Friday
ไม่ว่าจะอยู่ในกลุ่มธุรกิจใด หากต้องการขายดีในTikTok Shop ช่วง Black Friday ต้องใช้กลยุทธ์หลักดังนี้:
1) เนื้อหาต้องจริง เข้าถึงง่าย มีฉากชัดเจน
2) อินฟลูเอนเซอร์ต้องจำนวนมาก ครอบคลุมและแม่นยำ
3) ช่องทางต้องหลากหลายและเชื่อมโยงกัน
4) ความเชื่อใจต้องมีตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่สร้างกระแสจนถึงเปลี่ยนยอดขายและซื้อซ้ำ
Black Friday ไม่ใช่แค่สงครามราคา แต่เป็นการแข่งกันเรื่องพลังแบรนด์ เนื้อหา และการบริหารจัดการ
วางแผนเนื้อหาล่วงหน้า เตรียมอินฟลูเอนเซอร์ กำหนดกลไกโปรโมชัน ถึงจะสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง Black Friday ได้จริง
Black Friday 2025 ขอให้ทุกแบรนด์ที่ตั้งใจทำธุรกิจ ได้พบกับช่วงเวลาสุดยอดของตัวเองบน TikTok Shop!


