เรื่องที่ดาราทำธุรกิจเสริม ทุกคนก็ชินกันมานานแล้ว
สองสามปีมานี้มีตัวอย่างมากมายทั้งในและต่างประเทศ: หวังเฟิงกับหูฟัง FIIL, หวังเจียเอ๋อร์กับ Team Wang, Rihanna กับ Fenty Beauty... แบรนด์เหล่านี้มีชะตากรรมต่างกัน บางแบรนด์ก็เงียบหายไป บางแบรนด์ยังคงเดินหน้าต่อ และบางแบรนด์ก็เติบโตได้ดี
แต่ในวงการกระเป๋าเดินทาง แบรนด์ BÉIS ที่ก่อตั้งโดย Shay Mitchell นักแสดงนำจาก "Pretty Little Liars" ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น ไม่เพียงแต่หลุดพ้นจากอิทธิพลชั่วคราวของ "แสงดารา" แต่ยังสามารถชนะใจ (และเงินในกระเป๋า) ของผู้หญิงนับล้านได้จริง
แล้วเขาทำได้อย่างไร?

ที่มา:BÉIS
มารู้จักBÉIS
BÉIS เป็นแบรนด์ที่ Shay Mitchell ก่อตั้งขึ้นในปี 2018 เน้นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการเดินทาง ตั้งแต่กระเป๋าเดินทาง กระเป๋า weekend ไปจนถึงอุปกรณ์เสริมสำหรับเดินทาง โดยวางตำแหน่งเป็น "หรูหราในราคาจับต้องได้" กลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้หญิงวัยรุ่น
แม้จะเริ่มต้นช้า แต่การเติบโตกลับน่าทึ่งมาก
ปี 2018 เพิ่งก่อตั้ง รายได้ต่อปีแค่ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พอถึงปี 2023 พุ่งไปถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โตขึ้น 180% เมื่อเทียบปีต่อปี

ที่มา:BÉIS
ความสำเร็จแบบนี้ ไม่ได้มาจากการที่สินค้าพลิกวงการ แต่เป็นเพราะเล่นโซเชียลมีเดียได้เก่งมาก
จากข้อมูลพบว่า แบรนด์นี้มีผู้ติดตามรวมกันใน TikTok และ Instagram มากกว่า 1.86 ล้านคน และอัตราการมีส่วนร่วมก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมมาก
สำหรับผู้ประกอบการ Tuke จุดเริ่มต้นของ BÉIS ก็คล้ายกับหลายแบรนด์: ไม่มีช่องทางระดับโลกที่แข็งแกร่ง ไม่มีงบการตลาดมหาศาล แต่สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์และสะสมความเชื่อมั่นจากผู้ใช้ได้ด้วยโซเชียลมีเดียตั้งแต่ศูนย์

ที่มา:Instagram
กลยุทธ์โซเชียลมีเดีย: ไม่ใช่แค่ขายของ
BÉISมีตรรกะการทำโซเชียลมีเดียที่สำคัญคือ "พูดภาษาที่ผู้ใช้เข้าใจ แก้ปัญหาความต้องการจริงของผู้ใช้" ซึ่งเป็นหัวใจที่ทุกแบรนด์ที่อยากทำโซเชียลมีเดียต่างประเทศควรจับให้ได้
พวกเขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของโฆษณาแบบดั้งเดิม แต่ยืนหยัดเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้ใช้ในการสื่อสารกับผู้บริโภค
บน TikTokBÉIS ชอบโชว์การใช้ผลิตภัณฑ์จริงในสถานการณ์เดินทางและชีวิตประจำวัน ถ่ายทอดคุณค่าของแบรนด์อย่างแนบเนียน
วิธี "แฝงเนียน" แบบนี้ทำให้ผู้ชมรับได้ง่ายขึ้น และทำให้แบรนด์มีผู้ติดตาม TikTok มากกว่า 560,000 คน

ที่มา:TikTok
นอกจากเนื้อหาชีวิตประจำวันเหล่านี้แล้ว BÉIS ยังมีวิดีโอตอบกลับรีวิวสินค้าเป็นระยะ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายแบรนด์ขาดไป
แน่นอนว่านี่ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ต้อง "เอาใจ" ผู้บริโภค แต่ควรโต้ตอบอย่างเหมาะสมตามสถานการณ์จริง
เช่น BÉIS จะตอบกลับรีวิวที่ดูไม่มีเหตุผลแบบแรง ๆ ส่วนรีวิวที่มีเจตนาดีก็จะเปลี่ยนท่าทีไปเลย วิธีนี้ทำให้แบรนด์มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น และเป็นวิธีสร้าง IP เฉพาะตัว
ในวิดีโอตอบกลับล่าสุด BÉIS ก็ยังคงสไตล์เดิม ได้ยอดชมเกือบ 405,000 ครั้ง

ที่มา:TikTok
แต่เวลาเลียนแบบต้องระวังให้ดี ถ้าทำแรงเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้ไม่ชอบ เหมือนตัวอย่างนี้ ↓ เพราะทุกอย่างต้องมีความพอดี

ที่มา:TikTok
นอกจากนี้ ในฐานะแบรนด์ที่สร้างจาก IP ดารา BÉIS ก็เข้าใจดีถึงผลลัพธ์ของการใช้ influencer
พวกเขาไม่ได้เลือก influencer ที่มีผู้ติดตามเป็นสิบล้าน แต่เลือก influencer ระดับกลางที่ตรงกับภาพลักษณ์แบรนด์และกลุ่มเป้าหมาย เช่น vloggers, นักเดินทาง, ผู้หญิงวัยทำงาน ฯลฯ

ที่มา:TikTok
บล็อกเกอร์เหล่านี้จะไม่ขายของแบบแข็ง ๆ แต่จะนำกระเป๋าเดินทางและ tote bag ของแบรนด์ไปผสมในเนื้อหาชีวิตประจำวัน เช่น "vlog แพ็คกระเป๋าเดินทาง" "แนะนำไอเท็มจำเป็นสำหรับเดินทางไปทำงาน" เนื้อหาจริงและไม่ขัดแย้ง
เช่น TikTok influencer @teresalauracaruso ที่โพสต์วิดีโอจัดกระเป๋าเดินทาง ก็ทำให้แบรนด์ได้ยอดชมเกิน 1.4 ล้านครั้ง และผลตอบรับดีมาก

ที่มา:TikTok
ตลาดกระเป๋าเดินทางตอนนี้ยังไปต่อได้ไหม?
ดูจบกลยุทธ์โซเชียลมีเดียของ BÉIS แล้วกลับมามองอุตสาหกรรมกระเป๋าเดินทาง จะพบว่าเส้นทางนี้กำลังได้รับผลประโยชน์ทั้งจากความต้องการและช่องทาง
ตามการวิเคราะห์ล่าสุด ปี 2024 ตลาดกระเป๋าเดินทางทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 190.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 5 ปีข้างหน้ายังจะโตต่อเนื่องอย่างมั่นคง
ขณะเดียวกัน ตลาดกระเป๋าเดินทางจีนก็แข็งแกร่งเช่นกัน ปี 2024 มีมูลค่าตลาดถึง 146.4 พันล้านหยวน เป็นตลาดกระเป๋าเดินทางใหญ่อันดับสองของโลก
สำหรับแบรนด์กระเป๋าเดินทางในประเทศ ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการ Tuke และเรายังมีข้อได้เปรียบด้านซัพพลายเชน สามารถนำแนวคิดของ BÉIS มาปรับใช้เพื่อเติบโตอย่างรวดเร็ว

ที่มา: Euromonitor; Minsheng Securities Research Institute
เข้าใจการโชว์ ถ่ายทอดความรู้สึก
ความหมายของชีวิตคือการพบเจอสิ่งดี ๆ ส่วนความหมายของแบรนด์ที่ดี คือการเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ดีของคนอื่น
BÉISทำแบบตรงไปตรงมา: เปลี่ยนกระเป๋าเดินทางจากแค่เครื่องมือใส่ของ ให้กลายเป็นพร็อพในรูปถ่ายที่คนอยากถ่ายด้วย ไม่ใช่ทฤษฎีธุรกิจซับซ้อนอะไร แค่เข้าใจว่าผู้ใช้ในยุคโซเชียลมีเดีย นอกจากความต้องการใช้งานจริง ยังมีความต้องการโชว์ตัวเองด้วย
เราไม่ต้องตะโกนว่า "สร้างแบรนด์" แค่มีสินค้าดี ใช้โซเชียลมีเดียค่อย ๆ เล่าเรื่องดี ๆ และความเข้าใจของมันให้คนที่ใช่ฟัง เดี๋ยวก็มีคนพร้อมจ่ายเงินให้เอง之ซื้อ


