ตลาดอีคอมเมิร์ซของประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตแบบก้าวกระโดด

จากข้อมูลตลาดล่าสุด ในปี 2024 มูลค่าการซื้อขายอีคอมเมิร์ซของไทยแตะ 1.1 ล้านล้านบาท (ประมาณ 34.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปี 2023 การคาดการณ์ของอุตสาหกรรมชี้ให้เห็นว่าแนวโน้มการเติบโตนี้จะดำเนินต่อไป โดยคาดว่าภายในปี 2027 มูลค่าตลาดจะทะลุ 1.6 ล้านล้านบาท (ประมาณ 49.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเติบโตอย่างแข็งแกร่งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมการช้อปปิ้งของผู้บริโภคไทย และการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของรูปแบบโซเชียลอีคอมเมิร์ซ

แหล่งภาพ: marketingoops

จากพฤติกรรมการบริโภค พบว่าราคาที่คุ้มค่าและบริการที่สะดวกสบายยังคงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับแรกในการตัดสินใจซื้อของออนไลน์ของผู้บริโภคไทย ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า 54% ของผู้บริโภคเลือกซื้อของออนไลน์เพราะคูปองและส่วนลด ซึ่งเพิ่มขึ้น 5 จุดเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน บริการจัดส่งฟรีได้รับความนิยมเป็นอันดับสองที่ 51.8% ขณะที่ 40.4% ของผู้บริโภคชอบวิธีชำระเงินปลายทางหรือจ่ายหลังตรวจสอบสินค้า ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยกำลังเปลี่ยนจากสงครามราคาไปสู่การให้ความสำคัญกับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบครบวงจรมากขึ้น

ปัจจุบันตลาดอีคอมเมิร์ซไทยมีโครงสร้างสามยักษ์ใหญ่ที่มั่นคง Shopee ครองความเป็นผู้นำด้วยอัตราการเข้าถึงตลาด 75% โดยโดดเด่นในหมวดแฟชั่นและของใช้ในบ้าน Lazada ตามมาเป็นอันดับสองด้วยส่วนแบ่งตลาด 67% โดยโดดเด่นในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและของเด็ก ที่น่าสังเกตคือ TikTok Shop แม้จะเข้าตลาดช้ากว่าแต่สามารถชิงส่วนแบ่งตลาดได้ถึง 51% อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในกลุ่มความงามและของใช้ส่วนตัวที่มีศักยภาพการแข่งขันสูง

แหล่งภาพ: Google

ความเร็วในการเติบโตของ TikTok Shop นั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง โดยบริษัท TikTok Shop (Thailand) Co., Ltd. เพิ่งก่อตั้งอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2023 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้นเพียง 200 ล้านบาท แต่ภายในเวลาเพียงหนึ่งปี รายได้ของแพลตฟอร์มก็ทะลุ 12,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดที่น่าประทับใจ

การเติบโตอย่างรวดเร็วของอีคอมเมิร์ซไทยนั้นแยกไม่ออกจากพฤติกรรมการบริโภคของคนในพื้นที่ ข้อมูลระบุว่า 96.2% ของคนไทยที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปช้อปปิ้งออนไลน์อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก (55.8%) และสูงกว่าตลาดพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ (64%) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (63.6%) กล่าวอีกนัยหนึ่ง การช้อปปิ้งออนไลน์ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ในไทย

แหล่งภาพ: bangkokpost

คนไทยใช้เวลาเฉลี่ย 2.31 ชั่วโมงต่อวันบน TikTok, Facebook และ YouTube ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 17 ของโลก ดังนั้นหากต้องการขายสินค้าในไทย การทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียแทบจะเป็นทางเลือกที่ขาดไม่ได้

ที่สำคัญกว่านั้น การแนะนำสินค้าจากอินฟลูเอนเซอร์มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคไทยอย่างมาก 83% ของคนไทยจะซื้อสินค้าตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะในกลุ่มความงามและแฟชั่น ซึ่งหมายความว่าหากแบรนด์สามารถหาคู่ค้าอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะสมบน TikTok หรือ Facebook ยอดขายอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าได้โดยตรง

แหล่งภาพ: Google

แน่นอนว่าการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียแม้จะได้ผลดี แต่ก็ไม่ควรพึ่งพาเพียงวิธีเดียว ผู้ขายหลายรายทุ่มงบโฆษณาเพื่อหวังยอดขายระยะสั้น แต่หากสินค้าและบริการหลังการขายไม่ดี ก็อาจทำให้เสียชื่อเสียงในระยะยาว แบรนด์ที่สามารถยืนหยัดในตลาดไทยได้จริง มักเป็นแบรนด์ที่ทำได้ดีทั้งในด้านสินค้า การตลาด และบริการ

โดยสรุป ตลาดอีคอมเมิร์ซไทยยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว มีโอกาสมากมาย แต่การแข่งขันก็เข้มข้นขึ้น Shopee และ Lazada ยังเป็นกระแสหลัก แต่การเติบโตของ TikTok Shop ทำให้โครงสร้างตลาดเปลี่ยนไป สำหรับผู้ขาย ต้องคว้าโอกาสจากโซเชียลอีคอมเมิร์ซ และเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของนโยบายล่วงหน้า จึงจะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน